<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tratorn Hemtiwakorn | Real Inspire</title>
	<atom:link href="https://www.real-inspire.com/author/system/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.real-inspire.com</link>
	<description>การสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Sep 2021 13:03:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.8.13</generator>

<image>
	<url>https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-tbtweb2001icon-32x32.png</url>
	<title>Tratorn Hemtiwakorn | Real Inspire</title>
	<link>https://www.real-inspire.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อาจารย์ ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี ภารกิจการสร้างคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a0%e0%b8%81-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%2581-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2021 16:45:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Human-Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=5155</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="et_pb_section et_pb_section_0 et_section_regular" >
				
				
				
				
					<div class="et_pb_row et_pb_row_0">
				<div class="et_pb_column et_pb_column_4_4 et_pb_column_0  et_pb_css_mix_blend_mode_passthrough et-last-child">
				
				
				<div class="et_pb_module et_pb_post_title et_pb_post_title_0 et_pb_bg_layout_light  et_pb_text_align_left"   >
				
				
				
				<div class="et_pb_title_container">
					<h1 class="entry-title">อาจารย์ ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี ภารกิจการสร้างคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา</h1>
				</div>
				
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_0  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>“ห้องเรียนขนาดใหญ่”</strong> ในการสอนนักศึกษาเภสัชศาสตร์นอกตำรา นำโดย <strong>“อาจารย์ ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี”</strong> ผู้หลอมรวมพลังความเสียสละ จิตอาสา มหาวิทยาลัยสยาม 65 คน ช่วยผู้ป่วย Home Isolation ให้ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ <br /><strong>“ถ้านักศึกษากลุ่มนี้ลุกขึ้นมาทำงานจิตอาสาเพื่อสังคมได้ แล้วมหาวิทยาลัยอื่นเห็นโมเดลนี้ว่าดี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ” </strong>Real-Inspire สัมภาษณ์พิเศษ ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ ม.สยาม ร่วมแบ่งปันประสบการณ์สำคัญย่ิงกว่าความเป็นนักวิชาการและการสอนหนังสือ&#8230;นั่นคือภารกิจการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ</p>
<p><strong>Real-Inspire : เป้าหมายของการนำทีมนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม มาเป็นเภสัชอาสาร่วมกับชมรมเภสัชชนบท</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : แรกเริ่มคือนอกจากผมจะเป็นอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์แล้ว ก็ทำงานช่วยเหลือภาคประชาสังคมด้วย เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คุณนิมิตร เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ต้องการกำลังเภสัชกรอาสาที่จะมาช่วยงานที่ <strong>“พริบตาคลินิค”</strong> (ภายใต้สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี หรือ IHRI) ที่อาคารจามจุรีสแควร์ ซึ่งทำหน้าที่ในการส่งยา ฟาวิพิราเวียร์ และยาอื่นๆ ไปให้กลุ่มผู้ป่วยโควิดที่รักษาตัวเองที่บ้านหรือ Home Isolation เดิมเค้ามีเภสัชกรแค่สองคน แต่กทม.มีเคส Home Isolation ราวหมื่นคน จึงต้องการเภสัชกรมาดูคลังยาและประสานผู้ป่วย</p>
<p>          ผมได้คุยกับเพื่อนๆเภสัชกรด้วยกัน ก็จะมีงานประจำอยู่แล้วที่โรงพยาบาล จึงลองชักชวนนิสิตนักศึกษาโดยเฉพาะในสถาบันที่ตัวเองสอนอยู่ว่าใครว่างให้ไปช่วยที่พริบตาหน่อย แล้วก็ยังมีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ก็ประสานงานไปที่ประธานชั้นปีเค้า เค้าก็บอกว่าจะเวียนไปช่วยได้เพราะใกล้หอพักอยู่แล้ว แต่ก็มีนักศึกษาอีกกลุ่มนึงที่อยู่ต่างจังหวัด อีกกลุ่มหนึ่งผู้ปกครองเค้าลำบากใจเพราะเป็นห่วงช่วงแพร่ระบาด ดังนั้น ก็มีนักศึกษาเริ่มต้นส่วนหนึ่งไปที่พริบตาคลินิกไปช่วยจัดยาเช็คยาที่นั่น พอหลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ ภก.สุภนัย ประเสริฐสุข ประธานชมรมเภสัชชนบท ก็หาอาสาสมัครที่โทรหาผู้ป่วย Home Isolation เพื่อยืนยันที่อยู่ในการจัดส่งยาและลงประวัติเบื้องต้น ผมก็เปิดรับสมัครอีกเดิมที่มีกันอยู่ 5 คน แต่ภายหลังเริ่มเพิ่มเป็น 10 คน เป็น 15 คน ชวนเพื่อนทุกคนก็มีแรงบันดาลใจคิดว่ามาช่วยไหนๆก็อยู่ต่างจังหวัด จริงๆก็ทำได้ จึงมีนักศึกษาเภสัชปี 1-5 ของมหาวิทยาลัยสยามเข้าร่วมถึง 65 คน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีน้องๆ นักศึกษาร่วมเป็นเภสัชอาสาช่วยงานครั้งนี้</p>
<p><strong>Real-Inspire : การจัดรูปแบบวิธีการทำงานให้กับนักศึกษาทั้ง 65 คน</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : เมื่อทางทีมเภสัชอาสาได้เคสจาก สปสช.มา เช่น รับมา 500 คน จัดแบ่งให้นักศึกษาม.สยาม 200 คน ผมคิดว่าเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเด็กบางคนติดเรียน จัดสรรให้หนึ่งคนรับผิดชอบ 5 เคส ก็ใช้ 40 คน แล้ววางระบบ Google Sheet มาช่วย เราจัดกระบวนให้น้องๆ จะได้ไม่โหลดเวลาเรียนด้วย แต่ถ้าต้องพูดคุยกันนานหรือบางคนคุยเสร็จก่อนก็จะแบ่งเบากัน ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงจัดการเคสทั้งหมด 200 เคส ดำเนินการไป 5 ครั้งแล้ว ครั้งละ 200 เคส สามารถแบ่งเบาภาระพี่ๆเภสัชกรมาได้มากพอสมควร</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_0">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง3-1-2.jpg" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง3 (1)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_1  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>Real-Inspire : การเทรนนิ่งน้องๆ ให้มีศักยภาพรับมือกับผู้ป่วยภาวะวิกฤตทั้งร่างกาย อารมณ์ และ จิตใจ อาจารย์ทำอย่างไรครับ</strong> </p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : เนื่องจากนักศึกษาปี 1-2 ยังไม่ค่อยมีความรู้ด้านเภสัชเท่าไหร่ ก็ต้องมีการเทรนทักษะ บางคนกังวลว่าเราสั่งจ่ายยาผู้ป่วยหรือไม่ อันนี้เราไม่ได้ทำ เราแค่เช็คที่อยู่ รับฟังผู้ป่วย และสามคือให้เค้าแนะนำยาเบื้องต้น สรรพคุณข้อควรระวัง เช่น ฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ แต่ไม่ได้สั่งจ่ายยา เราเตรียมน้องที่ไม่ได้เรียนลึกๆ ทางเภสัช ให้เค้าคุยกับผู้ป่วยได้เบื้องต้นไม่ได้ลงลึก ซึ่งเค้าทำได้ดีเพราะคิดว่าขนาด อสม.ยังทำได้ นักศึกษาเภสัชก็ทำได้เหมือนกัน แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดในการแนะนำ และน้องๆ ยังไม่ได้เรียนทักษะการสื่อสาร ซึ่งปกติจะเรียนปี 5 เราจึงไม่ได้เทรนเรื่องการสื่อสารเยอะ แต่เค้าเรียนจากข่าวสาร เห็นได้ยินจากการแชร์ในโลกโซเชียลมามาก ว่าผู้ป่วยยังเข้าไม่ถึงยา เค้าก็เข้าใจมากกว่า จริงๆมีเยอะที่โทรไปแล้วโดนตำหนิโดนว่า ตอนแรกน้องๆเค้าก็ตกใจ เคืองนิดๆ แต่คิดแล้วว่าถ้าเป็นครอบครัวเราก็ต้องรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เค้าจึงไม่ได้เป็นทุกข์หรือโกรธอะไร เค้าบอกว่าเรียนรู้จากข่าวและเรียนรู้หน้างานด้วย</p>
<p><strong>Real-Inspire : กระบวนการ หรือ รูปแบบการทำงานที่เชื่อมกันราบรื่นระหว่าง นักศึกษา ผู้ป่วย Home Isolation และทีมประสานงานกลาง</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : กระบวนการเชื่อมต่อเคสมาจนถึงเรา คือทางทีมเภสัชที่เป็น สสจ. สสจ.ขอนแก่น จะประสานกับ สปสช. และพริบตาคลินิกที่กทม.ก็จะลงเคสตรงนี้ประสานให้เราก่อน แล้วมาถามในกลุ่มเภสัช นพย. (โครงการ “พัฒนาผู้นำเครือข่ายในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาระบบยา” ) ว่าเราจะช่วยได้กี่เคส ผมจะแจ้งว่ารับได้เท่าไหร่จะมีไลน์กลุ่มเภสัชอาสากับน้องๆ 65 คน ก็จะบอกว่าคืนนี้มีเคสใครจะลงมือช่วยได้บ้างมั้ย บันทึกไปใน Google Sheet แต่บางเคสที่เค้ามีปัญหา แก้ไม่ได้ก็ต้องถามมาในไลน์กลุ่ม เช่น คุณพ่อเป็นโควิด ภรรรยาติดด้วย จะส่งต่ออย่างไร ผมก็จะแจ้งไปในเครือข่ายนพย.ให้น้องกรอกข้อมูลเพิ่มเติมมา แต่สำคัญคือเราจะไม่ให้นักศึกษารับปากว่าผู้ป่วยจะได้เตียงหรือไม่ ตรงนี้นอกขอบเขตของงาน เราให้เพียงคำแนะนำยา ประสานที่อยู่ กรณีผู้ป่วยเพิ่มเติมจะให้หน่วยงานกลางประสานงานต่อ</p>
<p><strong>Real-Inspire : ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่นักศึกษาประสานงานให้ได้รับยาได้ครบหรือไม่</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : ตอนแรกหน่วยงานกลางบอกว่าโทรไปแล้วให้บล็อคเบอร์ผู้ป่วย แต่เรากับนักศึกษามองว่าตรงนี้รู้สึกเหมือนทำร้ายเค้าไปหน่อย อย่างน้อยให้เค้าโทรกลับมา ถ้าไม่ไหวจริงๆค่อยบล็อคดีกว่ามั้ย มีครับส่งยาไม่ถึงประมาณ 2-3 คน บางส่วนแอดไลน์นักศึกษาว่ายามาไม่ถึง เค้าก็จะมาบอกในกล่มไลน์นพย. ซึ่งสสจ.ผู้ประสานงานส่วนกลางจะไปบอกให้สปสช.ส่งยาให้ผู้ป่วยต่อ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหายกเว้นเคสที่ Accident จริงๆ ผู้ป่วยอยู่ต่างจังหวัด ผ่านไปแค่วันเดียวแจ้งว่าทำไมยังไม่ได้ยา เช่นอยู่บุรีรัมย์เราก็ต้องใช้เวลาส่งนิดนึง แต่เคสหลักๆ เป็นกทม. เพราะติดเยอะมากเป็นหมู่ เราจะโทรคอนเฟิร์ม ทางพริบตาคลินิกเค้าให้ไรเดอร์ไปส่งยา ส่วนต่างจังหวัดบางทีชื่อเค้าทำงานอยู่กทม. แต่ไปกักตัวที่บ้านต่างจังหวัด เราก็จะแล้วแต่ว่าให้ส่งยาไปที่ไหน</p>
<p><strong>Real-Inspire : ทางคณะหรือมหาวิทยาลัย ช่วยสนับสนุนการทำงานของพวกเราได้มากน้อยแค่ไหน  </strong></p>
<p>            <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : มหาวิทยาลัยสยาม เรามีจิตอาสาฉีดวัคซีนที่เดอะมอลล์บางแคอยู่แล้ว แต่เดิมเราจะขอเบิกค่าใช้จ่ายค่าโทรศัพท์ให้น้องๆ จาก ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) โดย ผศ.ภญ.ดร.<br />นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการกพย. แต่ทางนักศึกษาก็พูดดีนะครับ บอกว่าเค้าไม่ได้ต้องการค่าตอบแทนหรือค่าโทรศัพท์ ส่วนทางเราเองก็ไม่ได้บังคับว่าห้ามรับนะ แต่เค้าบอกว่าเป็นงานจิตอาสาเค้ายินดีทำอยู่แล้ว พูดตรงๆก็คือปัจจุบันการที่นักศึกษามีจิตอาสาอย่างนี้หายากพอสมควร เราก็ค่อนข้างประหลาดใจและชื่นชมเด็กๆ เพราะทุกอย่างเกิดจากความรู้สึกนึกคิดเค้าเอง</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_1">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง3-2.jpg" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง3 (2)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_2  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>Real-Inspire : ส่วนตัวอย่างอาจารย์เองได้อะไรจากการเสียสละนำทีมจิตอาสาครั้งนี้</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : อย่างน้อย ในมุมของวิชาชีพ เราเห็นบทบาทเพื่อนๆเราในสาขาอื่นๆ เภสัชโรงพยาบาลรับเคสหนักทุกวัน เภสัชร้านยาเป็นด่านหน้าเหมือนกัน เพื่อนๆเจอผู้ป่วยโควิดเยอะพอสมควร เภสัชสสจ.ประสานเรื่องโรงพยาบาลสนาม เยี่ยมบ้าน ส่วนเภสัชสายวิชาการจริงๆเราทำหน้าที่ให้ความรู้ประชาชนผ่านสื่อ ในบทบาทความเป็นครูเราน่าจะปลูกฝังสร้างบทบาทให้ลูกศิษย์เรา สร้างเภสัชกรที่ทำเพื่อสังคม น้องๆอยู่ตรงจุดนี้แล้วมันเป็นการปลูกฝังว่า ถ้าเราจบเป็นเภสัชจะไม่ได้มองเห็นแต่กำไรแล้ว ไม่ได้มองตัวเงินเป็นหลัก จริงๆมหาวิทยาลัยเอกชนเสียค่าเทอมแพงพอสมควร แต่เมื่อคุณจบออกไปไม่ได้มุ่งหน้าเปิดร้านขายยา หรือ ไปอยู่บริษัทยาเพื่อสร้างยอดขายขึ้น หรือให้หมอสั่งยาอย่างเดียว นี่ก็คือสิ่งที่ผมได้ คือการสร้างลูกศิษย์ออกไปรับใช้สังคม คิดว่าคุ้มค่าที่ได้เสียสละตรงนี้</p>
<p>          แล้วก็ต้องยอมรับว่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เราเน้นด้านบริบาลเภสัชกรรม น้องๆตอนไปฝึกงานหลักๆ คือร้านยากับโรงพยาบาล จะไม่ได้สัมผัสผู้ป่วยอย่างนี้เพราะเป็นงานชุมชนสังคม กว่าจะปฏิบัติจริงปี 6 สถานการณ์ตอนนี้จึงเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เค้าเรียนรู้มากขึ้นในจุดนี้ครับ</p>
<p>          จริงๆ มีวิชาที่เป็นสร้างเสริมสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค แต่การที่เราตั้งอยู่ในกทม.การลงชุมชนค่อนข้างลำบาก ไม่เหมือนต่างจังหวัดที่ลงหมู่บ้านได้ และคณะเภสัชมีเลคเชอร์มากยิ่งปีสามปีสี่ สิบวิชาต่อเทอมเรียนจันทร์ถึงเสาร์ และนักศึกษาปี 1-2 ก็ยังมีความรู้ความสามารถไม่ถึงที่จะลงพื้นที่ได้ แต่เราพยายามสอดแทรกให้เค้าได้พูดคุยกับผู้สูงอายุจะเน้นบ้านบางแคเป็นหลัก ถือเป็นจุดอ่อนของหลักสูตรเหมือนกันที่ทำให้นักศึกษาไม่สามารถลงพื้นที่ได้เหมือนต่างจังหวัด แต่อนาคตเราจะพัฒนาหลักสูตรตรงนี้เพราะคิดว่าสำคัญ</p>
<p><strong>Real-Inspire : อาจารย์มองพลังบวกของ Young Generation เภสัชกรรุ่นใหม่แล้วมีความหวังมากน้อยเพียงใด</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : อย่างน้อยเค้าได้ออกมาช่วยเป็นบทบาทสำคัญ การโทรหาผู้ป่วยทำให้เค้ามีความหวัง รู้ว่ามีคนเป็นห่วงเป็นใยเค้า วิชาชีพสายสุขภาพมาลงเป็นจิตอาสา ต่างจากสายสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์หรือวิศวะซึ่งเค้าลุยๆ เป็นอีกบทบาทหนึ่ง แต่สายวิทย์สุขภาพที่เค้าเรียนหนักเค้ายังมีเวลาทำจิตอาสา จัดการแบ่งเวลาเรียนกับทำกิจกรรมพวกนี้ได้ ทำให้ปลุกพลังวิทย์สุขภาพทั้งสายอื่นและสถาบันอื่นรู้สึกตัวเองมีควมสำคัญในการช่วยวิกฤตนี้มากขึ้น คิดว่าพลังเหล่านี้หลังเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา หลัง 6 ตุลา พลังแบบนี้เลือนหายไประยะหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่กลายเป็นค่ายอาสาพัฒนาชนบท ทีนี้พอเกิดภาวะวิกฤตทำให้เกิดการตื่นตัวสายวิทย์สุขภาพ พวกบบรรดาเภสัชชนบท แพทย์ชนบท เค้าจะได้กำลังคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นมาจาการที่เค้ามีจิตสำนึกขึ้นมา พูดจริงๆเมื่อเทียบกับชมรมแพทย์ชนบท เภสัชชนบท เมื่อ 20-30 ปีก่อน เค้าก็เริ่มจากตรงนี้เหมือนกัน แล้วมันหายไปพักนึง ผมคิดว่าเด็กเหล่านี้กลับมาสานต่องานเพื่อสังคมได้มากขึ้น แล้วมันเป็นประเด็นที่น่าสนใจในยุคทางประวัติศาสตร์ด้วยนะ ผมยกตัวอย่างถ้ากลุ่มเด็กลุกขึ้นมาทำงานจิตอาสาเพื่อสังคม แล้วมหาวิทยาลัยอื่นเห็นโมเดลนี้ว่าดีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพเลยครับ</p>
<p>            น่าจับตามองตรงนี้เป็นพลังที่ขับเคลื่อน อันที่หนึ่งเมื่อเกิดภาวะโรคระบาดเนี่ย แน่นนอนว่าบุคลากรทางการแพทย์โดยตรงทั้ง หมอ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด สาธารณสุขชุมชนขาดแคลนแน่นอน ดังนั้น ฐานนักศึกษาก็จะเป็นขานึงที่ช่วยพยุงเค้าให้มันพ้นวิกฤตได้ครับ</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_2">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง3-3.jpg" alt="" title="(รูปประกอบเรื่อง3 (3)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_3  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>Real-Inspire : ขณะนี้ยังไม่เห็นมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมพลังได้มากเท่ามหาวิทยาลัยสยาม</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : พูดตรงๆ เด็กอยากทำมั้ยผมคิดว่าเค้าอยากทำ แต่จังหวะคือผมรู้จักกับทีมเภสัชชนบท จึงมีโอกาสที่เราสามารถประสานได้ ทำให้เด็กๆ เข้าถึงข้อมูลตรงนี้ทำให้ช่วยเหลือได้ พูดจริงๆ คือชมรมเภสัชชนบทก็ประสานกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามด้วย ก็มีนักศึกษาจากม.สารคามอีกส่วนหนึ่ง คิดว่าเด็กทุกที่อยากมีส่วนร่วม แต่เค้าไม่รู้จะประสานงานตัวกลางอย่างไรมากกว่า</p>
<p>          อย่างเด็ก ม.สยาม ก็มีผมเป็นผู้ประสาน ถ้ามหาวิทยาลัยอื่นมีอาจารย์ที่ดูแลกิจการนักศึกษาเค้าสนใจประเด็นนี้ก็จะเชื่อมต่อ เชื่อมร้อยกันได้ ไม่ว่าคณะแทพย์ พยาบาล เภสัช ผมคิดว่านโยบายการศึกษาของเรา ผมมีข้อเสนออย่างนึงที่ทุกคนพยายามผลักดันหลักสูตรเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย การใช้ยาอย่างสมเหตุผล และหลักสูตรสหวิชาชีพ บูรณาการสายอาชีพเข้าด้วยกัน ตอนนี้มันเหมาะนะที่จะเอานักศึกษาแพทย์ นักศึกษาทันตะ เภสัช วิศวะ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ มาทำงานตรงนี้เป็นจิตอาสาร่วมกัน เด็กก็จะรู้จักการทำงานแบบบูรณาการ จิตอาสาแบบสหวิชาชีพด้วย</p>
<p><strong>Real-Inspire : อาจารย์มีแนวคิดขยายกลุ่มจิตอาสา 65 คนออกไป โดยไม่ตีกรอบว่าเป็น คณะเภสัช ม.สยาม แต่เป็นเภสัชอาสาได้หรือไม่</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : เป็นไปได้ครับ พยายามทำตรงนี้อยู่ อย่างน้อยผมได้เชื่อมกับนิสิตจุฬา นายกสโมสรนิสิต ถ้าเชื่อมร้อยก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก และส่วนนศ.เภสัชเค้ามี <strong>สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย 19 สถาบัน </strong>จะเชื่อมให้มาทำจิตอาสาร่วมกันได้ คิดว่าเป็นแผนที่ร่วมกับ สนภท.ให้นิสิตนักศึกษามีส่วนร่วมตรงนี้มากขึ้น</p>
<p><strong>Real-Inspire : ตรงนี้สำคัญมากนะครับ เพราะต่อไปแรงงานข้ามชาติในบ้านเราก็จะมากขึ้นด้วย จำเป็นต้องมีจิตอาสาเพิ่มเติม</strong></p>
<p>          <strong>อ.ภก.ชินวัจน์</strong> : ใช่ครับ ผมคิดว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแรงงานต่างชาติต้องให้ความสำคัญพวกเค้านะ เพราะถ้าไม่มีพวกเค้าเราก็ขับเคลื่อนไม่ได้ อันนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความฝันของผมที่จะพานักศึกษาไปช่วยเหลือแรงงานต่างชาติเหมือนกัน พยายามประสานกับอาจารย์แหวว พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร เหมือนกัน ที่ทำเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ทำอย่างไรให้เภสัชมาช่วยคนเหล่านี้บ้าง แรงงานข้ามชาติที่รัฐไทยมองว่า เค้าไม่ควรมาใช้ระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะทำอยู่แล้ว ในการนำนักศึกษาไปช่วยกับแรงงานเหล่านี้ เพราะหนึ่งมองในมุมของความเป็นมนุษย์ ว่าเค้าก็เป็นคนเหมือนกัน สอง เค้าเป็นคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจในบ้านเราด้วย</p>
<p>           อันนี้ ผมพยายามดึงนักศึกษาไปช่วยตรงนี้ ถามว่ามีหรือไม่ในช่วงโควิดที่โทรไปแล้วเจอแรงงานข้ามชาติ เด็กๆ โทรไปแล้วเจอแรงงานพม่าก็กังวลเหมือนกัน เช่นเค้าโทรไปบ้านนึงปรากฎว่าสังคมแรงงานพม่าจะอยู่เป็นสังคมใหญ่ในห้องเดียวกัน เค้าบอกว่าคุณโทรมาผมโอเค แต่พรรคพวกพี่น้องอีก 9 คนที่อยู่ในบ้านล่ะ จะทำอย่างไร ซึ่งเด็กก็กังวลแล้วว่าแรงงานต่างชาติเค้ามีปัญหาตรงนี้นะ รัฐไทยเราจะช่วยแรงงานเหล่านี้ได้อย่างไร</p>
<p>          คนไร้บ้านก็เหมือนกัน เด็กก็เริ่มกังวล ตรงนี้ผมอยากจะเริ่มเชื่อมร้อยทั้ง Home Isolation คนไร้บ้าน และคนต่างชาติ ให้เข้าถึงยาได้มากขึ้น โดยเป็นการสอนนักศึกษาไปว่า พวกเค้าไม่ใช่บุคคลที่ควรจะทอดทิ้งนะ เราควรจะต้องนึกถึงความเป็นมนุษย์ นึกถึงสิทธิมนุษยชน การอยู่ร่วมกับการขับเคลื่อนในสังคมด้วย</p>
<p>            <strong>“นี่เป็นความฝันของผมเลย ผมอยากจะไปต่อตรงนี้” &#8230;. </strong>คำพูดนี้คือบทสรุปสำคัญของนักวิชาการด้านเภสัชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสยาม อาจารย์ผู้มีจิตสาธารณะอย่าง <strong>ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี </strong>ซึ่งกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับสังคมคนรุ่นใหม่ ท่ามกลางมหันตภัยโควิด-19 และโรคอุบัติใหม่ๆ ที่อาจยังอยู่กับคนไทยไปอีกนาน</p></div>
			</div>
			</div>
				
				
			</div>
				
				
			</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Start-up-ผู้นำร้านยา-3,000-แห่ง ก้าวสู่มิติใหม่ Digital Pharmacy</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/start-up-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2-3000-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=start-up-%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2-3000-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2021 16:26:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Human-Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=5146</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><div class="et_pb_section et_pb_section_1 et_section_regular" >
				
				
				
				
					<div class="et_pb_row et_pb_row_1">
				<div class="et_pb_column et_pb_column_4_4 et_pb_column_1  et_pb_css_mix_blend_mode_passthrough et-last-child">
				
				
				<div class="et_pb_module et_pb_post_title et_pb_post_title_1 et_pb_bg_layout_light  et_pb_text_align_left"   >
				
				
				
				<div class="et_pb_title_container">
					<h1 class="entry-title">Start-up-ผู้นำร้านยา-3,000-แห่ง ก้าวสู่มิติใหม่ Digital Pharmacy</h1>
				</div>
				
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_4  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>“เทคโนโลยีเราสู้ต่างประเทศได้ แต่สิ่งที่ตามไม่ทัน ก็คือโครงสร้างระบบสาธารณสุข” ร้านยา และ เภสัชกรชุมชน ยังถูกมองข้ามทั้งที่เป็นกลไกสำคัญ ทำให้คนไทยเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า Healthcare for all คุณธีระ กนกกาญจนรัตน์ CEO บริษัท อรินแคร์ จำกัด ผู้นำร้านยา 3,000 แห่ง และเภสัชกรชุมชนอีก 4,000 คน ก้าวสู่มิติใหม่ Digital Pharmacy</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_3">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง12.jpg" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง1(2)" /></span>
			</div>
			</div>
				
				
			</div><div class="et_pb_row et_pb_row_2">
				<div class="et_pb_column et_pb_column_4_4 et_pb_column_2  et_pb_css_mix_blend_mode_passthrough et-last-child">
				
				
				<div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_5  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>Real Inspire</strong> : การเติบโตของ ARINCARE ในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ปีที่ผ่านมาถามว่าอัตราเติบโตดีมั้ย? ในเชิงแพลทฟอร์มทำให้คนตระหนักถึงความสำคัญมากขึ้นหันมาใช้งานมากขึ้น แต่ทุกบริษัท รวมถึงอรินแคร์ด้วยล้วนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่สามารถเติบโตตามเป้าได้เพราะมีอุปสรรคการทำงาน</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> : แพลตฟอร์ม ARINCARE ถือว่าตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันอย่างไรบ้าง</p>
<p>คุณธีระ : งานของเราแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ส่วนแรกคือ Digital Transformation สำหรับร้านขายยาและเภสัชกรชุมชน ส่วนนี้เราเป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนงานประจำแบบเดิมๆ ซึ่งเคยใช้กระดาษหมดเลย มาให้ระบบดิจิทัลที่มีความแม่นยำมากขึ้น ส่วนที่สองนะครับ คือเรื่องของ Platform ที่เราเชื่อมต่อระหว่างร้านขายยาเหล่านี้กับบริษัทยาและซับพลายเออร์ได้ดีมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เกิดจาก Painpoint ว่าเมื่อก่อนเราจะได้ยินว่าร้านขายยา กว่าจะได้ยาต้องมีผู้แทนยาหรือเซลล์ เพราะยาเป็นสินค้าควบคุมมีความอ่อนไหวสูง เราไม่สามารถทำอีคอมเมอร์ซทั่วไปเหมือนคอนซูมเมอร์โปรดักส์ได้ เราเห็นจุดที่ต้องแก้ไข 2 อย่าง คือร้านขายยาขนาดเล็ก ร้านขายยาห่างไกล มีความยากลำบากในการเข้าถึงยาต้นทุนมันสูงขึ้น แพลตฟอร์มของอรินแคร์คือการทำคอนเน็คชั่นระหว่างเภสัชกรชุมชนและเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือเจ้าของบริษัทยา แล้วส่วนที่สาม ตอบโจทย์สถานการณ์ในตอนนี้คือเรื่องของ Telepharmacy จากตอนแรกเราช่วยเภสัชกรทำงานหลังบ้านใช่มั้ยครับ ทำเวิร์คโฟลว์ให้ดีขึ้น เชื่อมต่อระหว่าง Pharmacist กับ Pharmaceutical ก็คือบริษัทยา ในเรื่องสุดท้ายของเทเลฟาร์มาซี มันคือการเชื่อมต่อกับ Patient  ถ้าคนไข้ได้รับการบริบาลจากเภสัชกรได้โดยที่เค้าไม่ต้องไปที่ร้านยาได้มั้ย ถ้าการบริการมันเสี่ยง เรามีเครื่องมือไหนบ้างที่ทำให้บริการมันปลอดภัย ก็เป็นไปตามข้อกฎหมายหรือข้อแนะนำของสภาเภสัช ก็จะเป็นสามองค์ประกอบที่อยู่ในแพลตฟอร์มของอรินแคร์ครับ</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_4">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง22.jpg" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง2(2)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_6  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>eal Inspire </strong> : ARINCARE เป็นโปรแกรมที่ช่วยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ถ้ามองในเชิงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา Connect ในสามจุดหลักๆ Pharmacist Pharmaceutical Patient ถามว่าครบมั้ย จริงๆในส่วนของเราเองคิดว่าครบแล้ว แต่ในเรื่องการพัฒนายังมีแนวทางใหม่ๆ ที่เราเตรียมผลักดันออกมาให้อีกนะครับ</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> : Pharmacist ที่ใช้บริการ ARINCARE เป็นร้านขายยาหรือสถานพยาบาล</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ที่จริงคือทั้งหมดเลยครับ จุดเริ่มเดิมเราโฟกัสเภสัชกรชุมชนที่อยู่ในร้านขายยา แต่ปัจจุบันเรามีเภสัชกรที่อยู่ในสถานพยาบาลด้วย เรามี user ที่เป็น รพ.สต. ด้วย เป็นเภสัชกรในโรงพยาบาลเล็กๆในตำบลที่เค้าต้องการซอฟท์แวร์ไปบริหารเรื่องคลังยาก็มี หรือแม้แต่เรื่องโควิด-19 โรงพยาบาลสนามก็มีการใช้อรินแคร์ในการบริหารคลังยาในรพ.สนามด้วย เช่น อย่างของที่จุฬาฯ ทีมเภสัชกรรมที่เค้าดูแลการจ่ายยาให้ผู้ป่วยก็มีการขอนำระบบอรินแคร์ไปช่วยในการบริหาร เนื่องจาก Pharmacist ของเราไม่จำกัดเฉพาะร้านยาแล้ว </p>
<p><strong>Real Inspire</strong> :  ความเหลื่อมล้ำของระบบ Digital Pharmacy ของไทยและต่างประเทศ</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> :  ผมคิดว่าในเชิงเทคโนโลยีที่เป็น Tech ถ้าเป็นระบบของอรินแคร์เราบอกได้ว่าเรา on par นะครับ สูสีสู้ได้เลยกับต่างประเทศ เมื่อ 2-3 ปีก่อนเราไปประกวดชนะเลิศที่เวทีเอเชียแปซิฟิคมาแล้ว และก็ได้รับรอง ISO ด้วย เรื่องเทคโนโลยีเราสู้ต่างประเทศได้แต่ที่ตามไม่ทันคือเรื่องของโครงสร้างเพราะพอเราพูดถึงระบบสาธารณสุข ทุกคนทำงานร่วมกันหมด การดูแลคนไข้ไม่ได้แค่ที่ร้านยาแต่มันต้องเริ่มจากคนไข้มีประวัติไปรักษาที่โรงพยาบาล ไปสถานพยาบาล คลินิกแล้วไปที่ร้านยา ปัจจุบันมันจะล้อไปกับระบบสาธารณสุขบ้านเรา ถ้าผมพูดตรงๆคือต่างคนต่างทำ แต่ในต่างประเทศระบบ Healthcare เรื่องการดูแลประชาชนถูกเชื่อมต่อถึงกันหมด ถ้าสมมุติว่าเราไปรพ.เพื่อรักษา ร้านยาเค้าสามารถ Acess ก่อนจะจ่ายยาได้เพื่อเช็คว่าผู้ป่วยคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีประวัติการใช้ยาผิดปกติหรือเปล่า หรือโรงพยาบาลเองเมื่อผู้ป่วยได้รับยาจากร้านยาแล้ว ก็สามารถดูได้เลยว่าล่าสุดเค้าไปรับยาที่ไหน ถ้ามีอาการมีอะไรเค้าก็ช่วยสอบสวนและดูแลคนไข้ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมยังไม่นับเรื่องของระบบประกันสังคม ระบบเฮลท์แคร์ต่างๆ นะครับ สิทธิประโยชน์ต่างๆที่ดูแล ถ้าเป็นต่างประเทศเราเห็นแล้วว่าระบบต่างๆ มันเชื่อมถึงกันหมด แล้วคนที่ได้รับประโยชน์ตรงนี้ก็คือประชาชน แต่ของเมืองไทยต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพัฒนาหรือการ catch up</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> : ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์ม ARINCARE มีมากน้อยแค่ไหน </p>
<p>คุณธีระ : ล่าสุด ดูประมาณต้นไตรมาสตอนนี้มีประมาณเกือบ 3,000 ร้าน อันนี้ที่เป็นร้านขายยานะครับ แต่ถ้าเป็น เภสัชกรที่อยู่ในเครือข่ายของเราก็น่าจะประมาณเกือบ 4,000 ราย ส่วนเรื่องของฟีดแบ็คจะแบ่งเป็น 2 อย่าง ส่วนใหญ่ user ที่ใช้ของเราแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยน เพราะของเราทำงานทำระบบที่ล้อไปกับของเค้าเลย แต่ก็จะมี user บางกลุ่ม เราก็เข้าใจเค้านะครับ การที่เปลี่ยนจากระบบอนาล็อคมาเป็นดิจิทัล มันอาจจะมีความท้าทายอยู่ เพราะฉะนั้นจะเป็นว่า user ที่ใช้อรินแคร์อยู่แล้วส่วนใหญ่จะไม่ได้เปลี่ยน แต่ user ที่ไม่ได้ใ้ช้เนี่ย จะไม่ใช้ระบบอะไรเลย ต้องให้เวลาเค้านิดนึงในการปรับตัว แล้วก็ใช้เทคโนโลยีมาช่วยงานครับ</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> :  ขณะนี้เจนเนอเรชั่นเจ้าของธุรกิจร้านยาถือว่าเปลี่ยนไปแล้ว</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> :  ส่วนใหญ่เป็นร้านยาทั้งเกิดใหม่และขึ้นกับช่วงเจนเนอเรชั่น ช่วง Gap อายุของเจ้าของด้วย ลูกค้าเราเป็นเอสเอ็มอี ร้านชุมขนจริงๆ ตรงนี้มีแนวโน้มความเปลี่นแปลงเข้ามาพอสมควร เพราะโดยกฎหมายของ อย. ตัวนึง เรียกว่า GPP Good Pharmacy Practice ซึ่งก่อนโควิดจะมีผลบังคับใช้เต็มที่ในปี 2565 ซึ่งหนึ่งในนั้นร้านยาทุกร้านที่จะขอใบอนุญาตจะมีการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ เพราะฉะนั้น มันจะกลายเป็นว่าโดยดั้งเดิมแล้วเนี่ย ความตั้งใจของอย.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ พอปี 2565 ร้านยาต้องมีการดิจิไทซ์ หรือ เปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มในบางส่วน แต่ตอนนี้พอโควิดมาปุ๊บเนี่ย ผมคิดว่าอาจจะมีการดีเลย์ในเรื่องกฎหมายบังคับใช้อาจจะดีเลย์ไปซักปีสองปี แต่ในทางปฏิบัติร้านยากลับมาใช้ได้เร็วขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่บีบรัด</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_5">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง23.png" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง2(3)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_7  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p><strong>Real Inspire</strong> : ร้านยาต้องทำรายงานส่ง อย. ทุกเดือน ระบบดิจิทัลจึงช่วยตอบโจทย์</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ทุกเดือนยาที่เป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษต้องมีการทำรายงานส่งไปที่ อย. ถ้า user ของเราเต็มที่แล้วเนี่ยเรื่องการรายงานนี่มัน Seamless ไปเลย ระหว่างที่เค้าจ่ายยาให้คนไข้ กรอกข้อมูลไป ระบบทำรายงานให้เสร็จเลยครับ ออโต้เลย ตอนสิ้นเดือนปุ๊บก็กดดูสรุป ก่อนส่ง เช็คความถูกต้อง แล้วก็ส่งได้เลย ลดเวลาไปได้มาก ส่วนใหญ่ก่อน ดั้งเดิม คือร้านขายยาและเภสัชกรทุกเดือนเค้าต้องสรุปรายงานของทั้งเดือนแล้วเขียน แต่ตอนนี้ปัจจุบันไม่ใช่แค่ออโต้&#8230;แล้วไม่ใช่แค่ไม่ต้องเขียน ไม่ต้องทำแล้ว ถ้าใช้ระบบปุ๊บ ตั้งแต่ที่จ่ายยาระบบก็บันทึกแล้วปลายเดือน มาตรวจสอบ ก็ส่งได้เลย นี่เป็นตัวอย่าง</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> :  ARINCARE ช่วยวางระบบเวชระเบียนในร้ายขายยาด้วยหรือไม่</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ของเราก็จะเก็บข้อมูล ช่วยเภสัชเก็บเท่าที่ปกติร้านยาจะทำได้ในขอบเขตของเค้า ต้องเรียนว่าร้านยาหรือสาธารณสุขแต่ละที่มีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกัน ที่เราทราบกันดีว่าของโรงพยาบาล คุณหมอจะมีแฟ้ม แต่ละหน่วยก็จะต่างกัน ส่วนงานของเรา Target งานของเภสัชกรรมเราจะเน้นหนักไปในบางส่วนมากกว่าตามลักษณะการใช้งานของเค้าแต่ก็จะมีครบอยู่ครับ</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> : ระบบสต็อคยาที่ยุ่งยากก็จะสะดวกขึ้นด้วย</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong>  : เรามีฟีเจอร์หลายอย่างช่วยงาน ระบบสต็อคสินค้าใกล้จะหมด หรือใกล้จะหมดอายุ เมื่อก่อนเภสัชกรจะต้องเช็คเอง ตอนนี้ระบบช่วยได้ ในส่วนของผู้ผลิต เราอาจจะไม่ได้คอนเน็คกันโดยตรง อันนี้จะเป็นเรื่องของ Privacy ของข้อมูล เพียงแต่ว่าเราจะมีข้อมูลที่ feed ให้ว่าในปัจจุบันนี้ สถานะของสินค้าตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเค้าต้องการสั่งมาเติม ก็สามารถทำได้เลยผ่านระบบของเราอย่างนี้ครับ ทำได้เหมือนแทบจะเรียลไทม์</p>
<p><strong>Real Inspire</strong> : ประธาน J&amp;J ภูมิภาคอาเซียน บอกว่าดิจิทัลจะนำไปสู่คำว่า Healthcare for all</p>
<p><strong>คุณธีระ</strong> : ผมเห็นด้วย ที่จริงอรินแคร์เอง มิชชั่นของเราคือการ Make Healthcare for Available ผมคิดว่านี่เป็นทำนองเดียวกันนะครับ เพราะการให้เฮลท์แคร์เข้าถึงทุกคนหรือ Healthcare for all มีกลไกอยู่สองส่วน ส่วนแรกมันต้อง Affordable ก่อน คือเฮลท์แคร์มันต้องไม่แพงเกินไป คนเข้าถึงได้นะครับ ที่เค้าสามารถจ่ายได้ สามารถยอมรับได้ในต้นทุนของเฮลท์แคร์ อันที่สองนะครับ คือต้องให้มัน Acessible คือไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเค้าควรจะเข้าถึงสิ่งที่ควรจะได้รับได้ บริการพื้นฐานที่ดีได้ ซึ่งอันนี้เป็นพันธกิจของอรินแคร์ สิ่งที่เราทำบนแพลตฟอร์มทั้งหมด ทั้ง 3 องค์ประกอบเนี่ย วนเวียนอยู่กับการทำเรื่องนี้แหละ ที่เราทำเรื่องของแพลตฟอร์มให้เวิร์คโฟลว์มันดีขึ้น ระหว่าง Pharmacist กับ Pharmaceutical เนี่ย ก็เเพื่อทำให้มันลดต้นทุนลงมา มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของ Telepharmacy ก็คือทำให้มัน Accessible มากขึ้น ทำอย่างไร ให้ร้านยาที่ปกติแล้วสะดวกอยู่แล้วในชุมชนใช่มั้ยครับในการไปถึง เค้าสามารถเข้าถึงผ่าน Telehealth หรือเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายกว่าในช่วงโควิด เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมมองเลยว่า “สิ่งนี้เป็นพันธกิจของอรินแคร์ที่เราทำอยู่ เพียงแต่ว่าเราขับเคลื่อนในมุมมองขององค์กร ทำเต็มที่โดยเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่ว่าจะไปได้ Achieve สิ่งที่เราตั้งใจไว้ หรือ Objective ที่เราตั้งใจเอาไว้เนี่ย วันนึงมันต้อง Achieve แน่นอนเลย อันนี้ผมบอกได้ แต่จะเร็วขนาดไหน อยู่ที่ความร่วมมือของภาคส่วนอื่นๆด้วยครับ เพราะเราเองเดินคนเดียวไม่ได้”</p>
<p>ติดตามอ่าน คลิปวิดีโอสัมภาษณ์พิเศษ คุณธีระ กนกกาญจนรัตน์  CEO บริษัท อรินแคร์ จำกัด ผู้นำธุรกิจ Start up และ Health Tech แถวหน้า มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ได้ในเวปไซด์ Real-Inspire</p>
<p>#โควิด-19</p>
<p>#ร้านยาชุมชน</p>
<p>#เภสัชชุมชน</p>
<p>#Digital Pharmacy</p>
<p>#Startup</p>
<p>#อรินแคร์</p></div>
			</div>
			</div>
				
				
			</div>
				
				
			</div></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Digital Pharmacy อนาคตระบบสุขภาพไทยในวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/digital-pharmacy-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=digital-pharmacy-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2021 16:06:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Human-Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=5137</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><div class="et_pb_section et_pb_section_2 et_section_regular" >
				
				
				
				
					<div class="et_pb_row et_pb_row_3">
				<div class="et_pb_column et_pb_column_4_4 et_pb_column_3  et_pb_css_mix_blend_mode_passthrough et-last-child">
				
				
				<div class="et_pb_module et_pb_post_title et_pb_post_title_2 et_pb_bg_layout_light  et_pb_text_align_left"   >
				
				
				
				<div class="et_pb_title_container">
					<h1 class="entry-title">Digital Pharmacy อนาคตระบบสุขภาพไทยในวิกฤตโควิด-19</h1>
				</div>
				
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_8  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>โควิด-19 เป็น ‘จุดเปลี่ยน’ และ ‘ตัวเร่ง’ สำคัญทำให้บริการสุขภาพทั้งระบบ ไม่ว่าการแพทย์ เภสัชกร และธุรกิจร้านขายยา ก้าวสู่โลกดิจิทัลเร็วขึ้น คุณธีระ กนกกาญจนรัตน์ CEO บริษัท อรินแคร์ จำกัด ผู้นำธุรกิจ Start up และ Health Tech แถวหน้ามาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ “Digital Pharmacy อนาคตระบบสุขภาพไทยในวิกฤตโควิด-19”</p>
<p>Real Inspire : ภาพรวม ธุรกิจร้านขายยา ล่าสุด เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างครับ</p>
<p>คุณธีระ : ในเชิงบทบาทของธุรกิจร้านขายยาต่อสังคมไทยไม่ได้เปลี่ยน ร้านยาชุมชนเป็นเหมือนเสาหลักที่ทำให้คนในชุมชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ดีขึ้น โดยเฉพาะธรรมชาติคนไทย ปกติถ้าเจ็บป่วยขึ้นมา ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือเป็นอะไรมาก เราก็จะไปร้านขายยาก่อน ตรงนี้ทำให้คนเข้าถึงยาและสาธารณสุขมากขึ้น แต่ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ถ้ามองในภาพอุตสาหกรรมและธุรกิจจะมีการเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องของ Demographic (ปัจจัยด้านประชากร) มากกว่าเพราะมีเรื่องของโมเดิร์นเทรดเข้ามา ขณะเดียวกันประชาชนทุกคนตระหนักเรื่องสุขภาพมากขึ้น มีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ทีนี้อุตสาหกรรมร้านยาในประเทศไทยโตเฉลี่ย (Steady) นะครับ ปีละประมาณ 5-7% มาเรื่อยๆ แต่ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่โควิด-19 มาเปลี่ยนภาพหลายๆ อย่างไปนิดนึง กลายเป็นว่า คนให้ความสำคัญกับร้านขายยามากขึ้น หรือระบบสาธารณสุขที่เราคิดว่าทั่วถึงแล้ว แต่กลายเป็นว่าในช่วงวิกฤตคนเริ่มมองหา ทุกคนเริ่มคัดกรองกันแล้วว่า สิ่งที่เค้าเห็นในโซเชียลมีเดียหรือสื่อต่างๆ เห็นข้อมูลมากขึ้นจริงแต่กลับมองว่าร้านขายยามีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ในการสนับสนุนข้อมูลข้อเท็จจริง ดังนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ปมคิดว่าตลาดร้านยาน่าจะเติบโตมากกว่าเดิม หลังโควิดน่าจะมีผู้เล่นเข้ามา มากกว่าเดิม</p>
<p>Real Inspire : กล่าวได้ว่า โควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยนระบบเภสัชกรรมในประเทศไทย</p>
<p>คุณธีระ : มีส่วนแน่นอนทั้งในเชิงการให้บริการและการปฏิบัติงานของเภสัชกรชุมชนด้วย อย่างอรินแคร์เรามุ่งมั่นทำ E-Pharmacy นำดิจิทัลไปผสมผสานการทำงานเภสัชกรมากที่สุด แต่ไหนแต่ไรมา ในระบบสาธารณสุข เมื่อไรก็ตามที่เรานำเอาเทคโนโลยีไปสอดแทรกก็จะมีความท้าทายพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เรื่องของความละเอียดอ่อนของการให้บริการกับคนไข้ รวมถึงว่าเรื่องกระบวนการต่างๆ ที่เราจะได้เห็นว่า แม้เทคโนฯจะก้าวไกลไปถึงไหนแต่การให้บริการทางการแพทย์ส่วนใหญ่ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามนั้น ก่อนโควิดสิ่งที่เราช่วยทางเภสัชกรในเรื่องกระบวนการทำงาน ทุกอย่างทำบนกระดาษหมดเลย ไม่ได้มีตัวเร่งครับ ต้องเปลี่ยนต้อง Transform พอโควิดมาปั๊บ ทุกอย่างเดินขึ้นได้รวดเร็ว กลายเป็นว่าเมื่อก่อนที่ทำงานแบบ Paper-based คงไม่ได้แล้วต้องมีดิจิทัลเข้ามาช่วย หรือแม้แต่ช่วงการระบาด เรื่อง TeleHealth ก็มีส่วน การที่จะไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาลเพื่อรักษา ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ หลายๆรพ.ก็นำ Telemedicine หรือ TeleHealth เข้ามาใช้ ซึ่งตอนแรกร้านยาอาจจะเป็นกลุ่มสุดท้ายเลยมั้ง แม้แต่ตอนนี้ร้านยา เค้าก็ยังไม่ได้รับการพูดถึงเลยว่าพวกเขาเป็นบุคลากรด่านหน้าที่ต้องเจอคนไข้ ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมาจะเป็น Step คือมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เวิร์คโฟลว์ หลังจากโควิดสองปีที่ผ่านมา ร้านยาก็ได้นำระบบ Telemedicine หรือ TeleHealth มาให้บริการคนไข้ได้มากขึ้น</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_6">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง11.png" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง1(1)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_9  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>l Inspire :   มองความพร้อมของระบบ Digital Phamacy ในประเทศไทยอย่างไร</p>
<p>คุณธีระ :  ตรงนี้ยังมีช่องว่าง (Room) ให้พัฒนาอีกเยอะ มีหลายส่วนที่ยังไม่พร้อม แต่ถ้าเรามองเรื่องความกระชั้นชิด สถานการณ์โควิด ผมคิดว่าหลายๆที่ปรับตัวได้เร็ว ถ้าเราวางแผนพัฒนาระยะยาว ปัจจุบัน ณ วันนี้ เราควรมีความพร้อมในภาพรวม </p>
<p>Real Inspire : สิ่งที่ภาครัฐ หรือ องค์กรวิชาชีพ ควรสนับสนุนให้เกิด Digital Pharmacy</p>
<p>คุณธีระ : ในส่วนนี้เป็นอย่างหนึ่งที่อรินแคร์ ทั้งองค์กรของเราเลย พยายามช่วยผลักดันคือตั้งแต่ก่อนโควิดแล้ว ตั้งแต่เราเริ่มทำ เราพยายามผลักดันให้เห็นว่า เภสัชกรชุมชนหรือร้านยาเป็น Core อย่างหนึ่งเป็นเสาหลักของระบบสาธารณสุขของเมืองไทย แล้วบทบาทที่เค้าได้รับ จริงๆแล้วเรายัง Under อยู่ ควรมีบทบาทมากกว่านี้ ผมขอยกตัวอย่าง อย่างปีที่แล้วตอนที่โควิดระบาดใหม่ๆ เรามีปัญหาเรื่องหน้ากาก ทำอย่างไรให้ประชาชนได้มีหน้ากากป้องกันทั่วถึง เราได้เห็นกลไกชัดเจนมากในต่างประเทศทำเหมือนกันเลยครับให้ร้านยาเป็นจุดในการกระจาย เพราะร้านยาในแต่ละที่จะเข้าถึงชุมชนได้ดีกว่า รู้จักผู้คนในชุมชน ให้ความรู้ได้ดีกว่าด้วย แต่เราเห็นเวลาทำงานของหน่วยงานต่างๆ มักจะมองข้ามจุดนี้ไป ทั้งที่บทบาทมันชัดเจนอยู่แล้วในต่างประเทศยกตัวอย่าง ไต้หวัน นะครับ ชัดเจนมากเค้าใช้การกระจายหน้ากาก เค้า Track ได้เลยในชุมชนโดยผ่านเภสัชกรร้านยา แต่ในเมืองไทยไม่เกิดขึ้น ประชาชนเข้าไม่ถึง ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของที่ภาครัฐสนับสนุนให้ หรือในช่วงนี้แม้แต่อเมริกาหรือแคนาดา เวลาจะรับวัคซีนกลายเป็นว่าร้านยาในชุมชนเป็นตัวหลัก เป็นจุดเลย รวมทั้งโพไวด์ในเรื่องการให้ความรู้ครับ รวมถึงเป็นจุดฉีดที่ร้านยาได้ อย่างที่เห็นในคลิปที่นายกรัฐมนตรีแคนาดาก็ไปฉีดวัคซีนที่ร้านยา ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเรา Run กันอย่างนี้ เรามีร้านยาในประเทศไทย 2 หมื่นร้าน สองเท่าของเซเว่นอิเลฟเว่น มันทั่วถึงมาก ถ้าเราได้ดึงเค้าทำบทบาทตรงนี้ บทบาทของเภสัชกรให้เด่นชัดขึ้น ระบบสาธารณสุขของเมืองไทยมันจะเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้เยอะ แต่กลับกันในตอนนี้ผมจะบอกเลยว่า เราพูดถึงบุคลากรหน้าด่านใช่มั้ยครับ แต่เภสัชกรร้านยาที่เจอคนไข้ที่เป็นโควิดทุกวันเนี่ย ยังไม่ได้รับการถูกพูดถึงเลย ยังไม่แม้แต่ได้รับวัคซีนให้เค้าเลย เค้าต้องป้องกันตัวกันเอง แต่เวลามีปัญหาต้องการยาชุมชนก็พึ่งร้านยาตลอด อันนี้เป็นความเสี่ยงสูงมาก ตรงนี้เป็นอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเป็นพันธกิจของอรินแคร์คือการช่วยผลักดันบทบาทของเภสัชกรครับ </p>
<p>Real Inspire : Digital Pharmacy จะทำให้ระบบเข้าถึงร้านยาแบบเดิมๆ เช่น ระบบเซลล์หายไปหรือไม่</p>
<p>คุณธีระ : ไม่หายไปนะครับ แต่เราช่วยให้การทำงานเหล่านี้ครอบคลุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เดิมผู้แทนยาหรือเซลล์ เค้าไม่เหมือนเซลล์แมนทั่วไปที่ไปขาย แต่ยังสร้างคุณค่าในเรื่องความรู้ ความช่วยเหลือต่างๆ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีหลายอย่างก้าวไปข้างหน้า ก็สามารถมีเครื่องมือบางอย่างช่วยลดต้นทุน มีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับที่ถามกันมากว่า ปัจจุบันเรามี อีคอมเมิร์ซ แล้ว ระบบรีเทลยังจำเป็นอยู่มั้ย ก็ฉันใดฉันนั้นเลยครับ แต่เดิมเรามีเน็ตเวิร์คตัวแทนจากบริษัทยาที่เค้าอยู่กับร้านยาอยู่แล้ว แต่พอมีเครื่องมือมาช่วย ทำให้ลดระยะเวลาขั้นตอนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ </p>
<p>Real Inspire :  ปัจจุบันมีการจำหน่ายยาทางระบบ E-Commerce</p>
<p>คุณธีระ : หลายๆ คนถามว่ายาเข้าออนไลน์ได้หรือไม่ ผมเรียนว่ายาปกติและตามกฎหมายมีหลายคลาสมีหลายประเภทอยู่ ยาประเภทที่พื้นฐานที่สุดคือยาสามัญประจำบ้าน อันนี้เราสามารถขายอีคอมเมิร์ซได้เพราะจัดอยู่ในกลุ่มหมวดหมู่ของยาสามัญประจำบ้าน แต่พอถึงเป็นยาขั้นกว่า ยาอันตราย ยาครอบคลุมพิเศษ หรือยาบางชนิดเป็นยาที่ต้องจ่ายโดยแพทย์ ยาที่มีส่วนประกอบของสารเสพติดอะไรพวกนี้ครับ ตามกฎหมายไม่สามารถที่จะออกสู่ Public ได้เลย ต้องมีการขายในสถานที่ๆได้รับอนุญาตเท่านั้น หรือแม้แต่การโฆษณา ก็ทำผ่านสื่อที่ Public ไม่ได้ต้องขออนุญาตก่อน เพราะฉะนั้นถ้าเราไปเห็นยาที่ขายอยู่บนออนไลน์ ต้องถามก่อนว่าหนึ่งเป็นยาประเภทไหน ถ้าเป็นยาพารา หรือยาลูกอม หรือวิตามินบางอย่าง อันนี้สามารถขายได้ แต่นอกเหนือจากนั้นอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายครับ</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_7">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/รูปประกอบเรื่อง1-3-scaled.jpeg" alt="" title="รูปประกอบเรื่อง1 (3)" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_10  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>Real Inspire : ตอนนี้เค้าบอกกันว่า แม้แต่ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยังมีแอบขายกันทางออนไลน์</p>
<p>คุณธีระ : (หัวเราะ) ผมอาจจะต้องบอกว่า ผมเชื่อว่ามีนะ ตอบร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้ว่ามีหรือไม่มี แต่เชื่อว่าอาจจำหน่ายแบบผิดกฎหมายทางโซเชียลบ้าง หลุดออกมา หรือ หิ้วเข้ามาไม่ได้ผ่านระบบอย่างถูกต้อง ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาพิเศษของผู้ป่วยโควิดต้องมีการกำกับดูแลการใช้ เพราะผลข้างเคียงก็มีเหมือนกัน ต้องดูตามประกาศกฎหมายของอย.ด้วย</p>
<p>Real Inspire :   ร้านขายยา ยุคใหม่อีก 5 ปีข้างหน้าจะพลิกโฉมไปอย่างไร </p>
<p>คุณธีระ : ที่ผมมองก่อนโควิดกับหลังโควิด กับ ณ ตอนนี้ คำตอบคือจะไม่แตกต่างกัน แต่ด้วยโควิดเข้ามาผมเชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า บทบาทเภสัชกรจะมีมากขึ้นในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในชุมชน อย่างที่ทราบดีว่าพอโควิดเข้ามา มีหลายคนที่พยายามจะอาศัยสถานการณ์ตรงนี้ เช่นการให้ข้อมูลที่ผิดพลาด มียาบางตัวที่ไม่ควรจะทานมาก อะไรอย่างนี้ แต่พอเป็นเภสัชกรหรือบุคคลากรทางการแพทย์ออกมาให้ข้อมูล ก็ย่อมจะมีน้ำหนักมากกว่า อย่างช่วงนี้ก็ยิ่งทำให้บทบาทโดดเด่นและเน้นชัดยิ่งขึ้น และผมคิดว่าจะยิ่งมากกว่านี้อีก เพราะในวิกฤตครั้งนี้ เภสัชกรได้มีการปรับตัว นำเอาเครื่องมือดิจิทัลหรือโซเชียลมาใช้มากขึ้น “ผมเชื่อว่าใน 5 ปีข้างหน้ากลุ่มเภสัชกรชุมชนเหล่านี้ ทั้งร้านยาหรือเภสัชกรที่ให้บริการในชุมชน ผมคิดว่ามีโอกาสที่ให้เค้าเติบโตอีกเยอะ และมีความสำคัญมากขึ้น”</p>
<p>ติดตามอ่านต่อ ในตอนที่ 2 ของ real inspire สัมภาษณ์พิเศษ คุณธีระ กนกกาญจนรัตน์  CEO บริษัท อรินแคร์ จำกัด ในหัวข้อ  “#Start up ผู้นำร้านยา 3,000 แห่ง ก้าวสู่มิติใหม่ Digital Pharmacy”</p>
<p> #โควิด-19</p>
<p>#ร้านยาชุมชน</p>
<p>#เภสัชชุมชน</p>
<p>#Digital Pharmacy</p>
<p>#Startup</p>
<p>#อรินแคร์</p></div>
			</div>
			</div>
				
				
			</div>
				
				
			</div></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Young Generation พลังแห่งคนรุ่นใหม่จิตอาสาโควิด-19</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/young-generation-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b4/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=young-generation-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2021 15:41:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Human-Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=5129</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><div class="et_pb_section et_pb_section_3 et_section_regular" >
				
				
				
				
					<div class="et_pb_row et_pb_row_4">
				<div class="et_pb_column et_pb_column_4_4 et_pb_column_4  et_pb_css_mix_blend_mode_passthrough et-last-child">
				
				
				<div class="et_pb_module et_pb_post_title et_pb_post_title_3 et_pb_bg_layout_light  et_pb_text_align_left"   >
				
				
				
				<div class="et_pb_title_container">
					<h1 class="entry-title">Young Generation พลังแห่งคนรุ่นใหม่จิตอาสาโควิด-19</h1>
				</div>
				
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_11  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p> 11 ของอาคารจามจุรีสแควร์ ที่ตั้งของ “พริบตา” คลินิกที่ให้บริการสุขภาพภายใต้สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี ตอนนี้แปลงสภาพมาเป็นศูนย์กระจายยาและติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด-19 หลังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดให้คลินิกเวชกรรมทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องอยู่บ้านตามระบบ Home Isolation รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มกว่า 2 หมื่นคนต่อวัน</p>
<p>ที่นี้กลายเป็นศูนย์รวม “อาสาสมัคร” เภสัชกรและนิสิตนักศึกษาที่กำลังเรียนสาขาเภสัชศาสตร์ หมุนเวียนเข้าออกร่วมๆ 60-70 คน เพื่อทำหน้าที่สอบถามอาการ ประสานงาน และจัดชุดยาฟาวิพิราเวียร์ ส่งไปให้ถึงบ้านผู้ติดเชื้อ</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_8">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img loading="lazy" width="1280" height="1280" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371564.jpg" alt="" title="371564" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371564.jpg 1280w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371564-980x980.jpg 980w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371564-480x480.jpg 480w" sizes="(min-width: 0px) and (max-width: 480px) 480px, (min-width: 481px) and (max-width: 980px) 980px, (min-width: 981px) 1280px, 100vw" class="wp-image-5120" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_12  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>“แป้งร่ำ” กฤติกา ศรีรุณ ชั้นปี 3 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เล่าภารกิจจิตอาสาของเธอว่า ทำหน้าที่จัดยาตามใบสั่งของแพทย์เป็นหลัก และนำยาชุดนี้ส่งให้ไรเดอร์ นำไปส่งต่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน ยาหลักๆที่ส่งไปคือยาฟาวิพิราเวียร์ และยารักษาตามอาการตามที่แพทย์สั่ง </p>
<p>บางครั้งเธอยังช่วยโทรถามอาการผู้ป่วยที่ลงทะเบียนเข้ามาด้วย จากประสบการณ์พบว่า “กว่าจะมาถึงสายเรา ผู้ป่วยจะโทรหลายๆที่มาก่อนแต่ก็มักเงียบไป พอเราติดต่อกลับเขาก็จะดีใจมาก”</p>
<p># เข้าใจบทบาทของวิชาชีพตัวเองอย่างลึกซึ้ง</p>
<p>มีเคสหนึ่งที่แป้งร่ำไม่เคยลืม เป็นคุณแม่ที่ดูแลลูก 5 ขวบที่ติดโควิด-19 ด้วยตัวเองมาตลอด 10 วัน หลังจากที่ติดต่อไปทุกที่ แต่ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อกลับ จนเธอต้องดูแลรักษาลูกด้วยตัวเอง แล้วลูกก็มีอาการดีขึ้น คุณแม่ปฏิเสธที่จะให้เราส่งยาให้ บอกว่า “ให้นำยาชุดนี้ไปให้คนอื่นที่เดือดร้อนมากกว่า” สะท้อนความเสียสละที่แป้งร่ำรู้สึกได้จากคุณแม่คนนี้ เพราะหากเป็นคนทั่วไปก็อาจรับไว้ก่อน</p>
<p>แป้งร่ำ มองสถานการณ์ผ่านสายตาของเธอว่า การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 มีหลายระบบมาก ผู้ป่วยก็โทรติดต่อหมด แต่มักไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที “เมื่อมีหลายระบบทำให้ผู้ป่วยตกค้างมาก เพราะต่างคิดว่าหน่วยงานอื่นอาจช่วยแล้ว มาถึงเราเขาก็ป่วยมาหลายวันแล้ว หลายบ้านคนป่วยเป็นสิบคนเลยก็มี”</p>
<p>งานจิตอาสาครั้งนี้ทำให้แป้งร่ำได้เรียนรู้มากมาย อย่างที่นักศึกษาปี 3 อย่างเธอไม่มีทางจะรู้ได้ในห้องเรียน ช่วยให้เธออ่านใบสั่งยาเป็น จัดโดสยาเป็น เช็คคลังยาได้ และที่สำคัญทำให้เธอเห็นว่าวิชาชีพเภสัชกรไม่ได้แค่นั่งจัดยาในห้องอย่างที่เห็น แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ระบาด อาจไม่ได้เป็นด่านหน้าอย่างแพทย์พยาบาล เพราะ “แสงอาจส่องไม่ถึง” แต่ก็มีบทบาทพอๆกัน </p>
<p>นับจากนี้เส้นทางวิชาชีพของแป้งร่ำย่อมชัดเจนมากขึ้น เธอบอกว่า “เมื่อจบแล้วจะเรียนรู้งานในโรงพยาบาล เพื่อให้มีความรู้ด้านยามากที่สุดเท่าที่จะทำได้”</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_9">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img loading="lazy" width="1280" height="1280" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371562.jpg" alt="" title="371562" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371562.jpg 1280w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371562-980x980.jpg 980w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371562-480x480.jpg 480w" sizes="(min-width: 0px) and (max-width: 480px) 480px, (min-width: 481px) and (max-width: 980px) 980px, (min-width: 981px) 1280px, 100vw" class="wp-image-5118" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_13  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p># ภารกิจกดดันทำให้หัวใจยิ่งแกร่งกล้า</p>
<p>‘จิตอาสา’ อีกกลุ่มซึ่งไม่ได้เข้าไปที่พริบตาคลินิก แต่สมัครใจช่วยเหลือให้คำปรึกษาผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน ผ่านระบบโทรศัพท์หรือไลน์ ก็ส่งผลลัพท์ดีต่อใจได้ไม่แพ้กัน</p>
<p>“ท็อป” ธีรเมธ วิกุล นักศึกษาปี 5 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เขาทำหน้าที่สอบถามอาการผู้ป่วยที่ลงทะเบียนเข้ามา ก่อนส่งต่อไปสู่กระบวนการจัดยาและส่งต่อไรเดอร์นำยาให้ผู้ป่วยที่บ้าน ท็อปมาทำงานนี้จากการชักชวนของอาจารย์และแน่นอน เขาตอบตกลงทันที! เพราะเห็นคนเดือดร้อนเป็นหมื่นๆต่อวัน</p>
<p>“การเป็นอาสาสมัครไม่ได้กินเวลามาก ผมใช้เวลาสุดสัปดาห์ในช่วงเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเวลานี้เคยหมดไปกับการดูหนังฟังเพลงหรือเล่นเกม”</p>
<p>ท็อปเล่าเคสที่ติดในใจเขา เป็นลุงป้าคู่หนึ่ง “ปลายสายที่ผมคุยเป็นป้าผู้หญิง บอกว่าลุงซึ่งเป็นสามีของแกอยู่บ้านเดียวกัน เพิ่งเสียไปก่อนที่เราจะโทรติดต่อไปเพียง 1 วัน ส่วนตัวป้าแกเองก็มีอาการทรุดหนัก เคสนี้ผมรู้สึกเสียใจ เพราะช่วยอะไรลุงไม่ได้”</p>
<p>แต่ละสายที่ท็อปโทรคุย แม้เสียงปลายสายจะดีใจที่มีคนช่วยเหลือ แต่ก็ทำให้ตัวเขา “กดดัน” ไปด้วย เพราะไม่สามารถ “รับปาก” ได้ว่ายาที่จัดให้จะมาถึงมือผู้ป่วยภายในกี่วัน และจะมีรถพยาบาลมารับเขาไปโรงพยาบาลหรือไม่ เพราะจุดนี้ทำหน้าที่สอบถามอาการ เพื่อส่งต่อให้คนจ่ายยาเท่านั้น “แต่ยังไงก็ตาม สิ่งที่ผมได้กลับมาทุกครั้งเลยก็คือน้ำเสียงที่มีความหวังของผู้ป่วย ที่อยากจะเล่าอาการและมีเราเป็นผู้รับฟัง”</p>
<p>จุดเปลี่ยนก็คือ “อนาคตวิชาชีพเภสัชกรของผมชัดเจนมากขึ้น” ท็อปบอกอย่างนั้น หลังจากที่ได้มาเป็นอาสาสมัคร ได้ฝึกทักษะของการสื่อสาร ซึ่งสามารถนำไปใช้กับวิชาชีพในอนาคต และรู้เลยว่าเราต้องหาความรู้เพิ่มขึ้นให้ความรู้เราแน่นพอ และสนใจข่าวสารเกี่ยวกับยาให้มากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยคนได้มากขึ้น เพราะหากความรู้เราไม่พอก็ตอบข้อสงสัยของเขาไม่ได้ และเราก็ช่วยเขาไม่ได้มากอย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p>“ผมจำวลีหนึ่งในช่วงการเรียนเภสัช ก็คือ เป็นวิชาชีพที่ปิดทองหลังพระ ผมเข้าใจมากขึ้นว่าเพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น แต่ยังไงก็เป็นวิชาชีพที่ช่วยคนได้ ผมมาตกผลึกในความเป็นเภสัชกรจากที่มาทำงานจิตอาสานี้”</p></div>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_image et_pb_image_10">
				
				
				<span class="et_pb_image_wrap "><img loading="lazy" width="1280" height="1280" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371563.jpg" alt="" title="371563" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371563.jpg 1280w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371563-980x980.jpg 980w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/09/371563-480x480.jpg 480w" sizes="(min-width: 0px) and (max-width: 480px) 480px, (min-width: 481px) and (max-width: 980px) 980px, (min-width: 981px) 1280px, 100vw" class="wp-image-5119" /></span>
			</div><div class="et_pb_module et_pb_text et_pb_text_14  et_pb_text_align_left et_pb_bg_layout_light">
				
				
				<div class="et_pb_text_inner"><p>นน้ำใจจากนิสิตทันตแพทยศาสตร์ มศว.</p>
<p>คนรุ่นใหม่อีกหนึ่ง ที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ดีๆ จากการรวมกลุ่มเพื่อนจิตอาสา ลุยลงพื้นที่ไปมอบถุงยังชีพและสิ่งของที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยโควิด-19 ถึงมือ ถึงบ้านในชุมชนต่างๆ ทำไปด้วยหัวใจล้วนๆ </p>
<p>“ฝน” เบญจมาภรณ์ รังษีภาณุรัตน์ นิสิตชั้นปี 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เธอเริ่มจากเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครกับรุ่นพี่ทันตแพทย์กลุ่ม D-Volunteers ช่วยดูแลผู้ป่วยโควิด โรงพยายาลธัญญารักษ์ จังหวัดปทุมธานี ฝนทำหน้าที่ส่งผลแล็ปทางไลน์ให้ผู้ติดเชื้อหรือประสานรับเรื่องความเดือดร้อนต่างๆ จากคนไข้ที่ลงทะเบียนกับสปสช.ซึ่งทยอยเข้ามาต่อเนื่อง </p>
<p>การสัมผัสความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์ ทำให้ “ฝน” มีแรงบันดาลใจแรงกล้า รวมตัวกับเพื่อนเป็นจิตอาสาช่วยเหลือนำข้าวของต่างๆที่จำเป็นหรือส่งถุงยังชีพไปให้แก่ผู้ป่วยเหล่านี้ที่ส่วนใหญ่กำลังสิ้นหวังในชีวิต ขาดงาน ขาดกำลังทรัพย์ ไม่สามารถออกจากบ้าน ไม่ได้รับความช่วยเหลือ และต้องรอรับยาจากสปสช. เป้าหมายคือทำให้พวกเขามีความหวังในการใช้ชีวิตอยู่ต่อไป “คนป่วยบางคนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ขออาหารเพื่อประทังชีวิตตัวเองและภรรยา” </p>
<p># แคมเปญ ‘เราต้องอยู่’ ลงสู่พื้นที่ 100 จุด</p>
<p>ช่วงแรกๆ ฝนกับเพื่อนช่วยกันตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง ออกค่าใช้จ่ายเองเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อมีผู้ต้องการความช่วยเหลือมากจึงเปิดรับบริจาคด้วย ภายหลังมีผู้ป่วยลอตใหม่มาอีก 300 คน ฝนจึงไปขอความช่วยเหลือจากพี่อีกท่านที่เค้ามีโครงการวาดรูปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสนับสนุนงานนี้ </p>
<p>“ฝนทำแคมเปญกับเพื่อนๆ เรียกว่าโครงการ “เราต้องอยู่” ส่งถุงยังชีพไปช่วยผู้ป่วยที่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน จะลงพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑล นนทบุรี โดยเฉพาะปทุมธานีจะมากหน่อยเพราะมีผู้ป่วยไปตรวจที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์มาก เราไปจนถึงจังหวัดอยุธยาและนครปฐมก็มีค่ะ”</p>
<p>ล่าสุดถึงขณะนี้ ทีมของฝนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วรวม 210 คน และเตรียมจะแจกจ่ายให้อีก 300 คน จนครบ 100 จุดในสัปดาห์หน้า ปัญหาใหญ่ก็คือถ้าเป็นชุมชนกทม.การเข้าออกซอยจะยากกว่าในพื้นที่รอบๆมาก</p>
<p>ประสบการณ์ที่ได้ถือว่า “ล้ำค่า” การเข้าพื้นที่ทำให้นิสิตทันตะที่กำลังจะจบไปเป็นทันตแพทย์อย่างฝน เห็นถึงสภาพแท้จริงของสังคมไทยที่เหลื่อมล้ำ ยังมีคนยากคนจนเข้าไม่ถึงระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตอีกมากมาย</p>
<p>“สิ่งที่ฝนทำในวันนี้จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เมื่อเราจบไปทำงานแล้วจะมีความเข้าใจคนไข้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้หรอกว่าคนไข้เค้าต้องประสบปัญหาอะไรในชีวิตบ้าง จนกว่าจะได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง นี่จะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงทัศนคติในการทำงานให้แก่เรา”</p>
<p>อาสาสมัคร “คนรุ่นใหม่” ทั้ง 3 คน เป็นตัวอย่างแห่งความหวัง เป็นตัวแทนพลัง Young Generation การเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกับเพื่อนๆ ต่างสถาบันและรุ่นพี่ ช่วยเหลือคนไทยให้ผ่านวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ ย่อมทำให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าจากประสบการณ์และชีวิตจริง</p>
<p>จากห้องเรียนมุ่งสู่เส้นทางวิชาชีพที่พวกเขารัก&#8230;.รักเพราะได้ช่วยเหลือผู้คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>#อาสาสมัครคนรุ่นใหม่</p>
<p>#จิตอาสาโควิค-19</p>
<p>#ยาฟาวิพิราเวียร์</p>
<p>#ถุงยังชีพ</p>
<p>#เภสัชกร</p></div>
			</div>
			</div>
				
				
			</div>
				
				
			</div></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกโฉมหน้าผ่าตัดใหญ่แพทย์ดิจิทัล วิสัยทัศน์ประธาน J&#038;J แห่งอาเซียน</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/healthcare-for-all/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=healthcare-for-all</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2021 12:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Health-Inspire]]></category>
		<category><![CDATA[Health&Environment]]></category>
		<category><![CDATA[HEALTHCARE]]></category>
		<category><![CDATA[INNOVATION]]></category>
		<category><![CDATA[Johnson & Johnson]]></category>
		<category><![CDATA[webinars]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=4506</guid>

					<description><![CDATA[“ในอนาคตอันใกล้เราจะเห็นการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและพัฒนารูปแบบการส่งมอบที่ขับเคลื่อนด้วย ข้อมูล โซลูชันดิจิทัล และความร่วมมือ ทั้งหมดนี้จะอยู่เหนือพื้นที่และรูปแบบการแพทย์ดั้งเดิม”]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ในอนาคตอันใกล้เราจะเห็นการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและพัฒนารูปแบบการส่งมอบที่ขับเคลื่อนด้วย ข้อมูล โซลูชันดิจิทัล และความร่วมมือ ทั้งหมดนี้จะอยู่เหนือพื้นที่และรูปแบบการแพทย์ดั้งเดิม”</p>
<p><b>Jan Meurer</b> ประธาน <b>Johnson &amp; Johnson</b> ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทดูแลผลิตภัณฑ์ยา เครื่องมือแพทย์ สุขภาพ และวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บริษัทยาอันดับหนึ่งของโลก<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ที่ผ่านมา เขายังมีประสบการณ์ด้านนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักในสหภาพยุโรป (EU) มีความสำเร็จทางการตลาดร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง P&amp;G</p>
<p>การผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทรรศนะของ Jan Meurer จึงสำคัญและน่าสนใจมาก เพราะเขาไม่ใช่แพทย์โดยตรง ไม่ได้จบเภสัชศาสตร์ แต่เป็นนักการตลาด นักวิจัยข้อมูลผู้บริโภคชั้นเยี่ยม รวมถึงเข้าใจบริบททางสังคมและเทคโนโลยีที่จะ <b>Reshape </b>ระบบสุขภาพ</p>
<p>บทความ <b>“TRANSFORMING HEALTHCARE ACCESS &amp; DELIVERY THROUGH DIGITAL &amp; INNOVATION”</b> พลิกโฉมหน้าการเข้าถึงบริการและการส่งมอบบริการด้านสุขภาพผ่านระบบดิจิทัลและนวัตกรรม ข้อเขียนของประธาน Johnson &amp; Johnson จากวารสาร <b>“2021 ASEAN Business Outlook Survey : ASEAN’s Role in the Asia-Pacific”</b> จัดทำโดยหอการค้าสหรัฐอเมริกาประจำประเทศสิงคโปร์ นับเป็นวิสัยทัศน์ที่กรุยทางไปข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-4509 aligncenter" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-jj1.png" alt="" width="637" height="897" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-jj1.png 637w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-jj1-597x840.png 597w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-jj1-447x630.png 447w" sizes="(max-width: 637px) 100vw, 637px" /></p>
<p>สิ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ใช่วิกฤตชั่วคราวแต่มีผลกระทบ “อย่างลึกซึ้ง” ต่อความเป็นอยู่ในอนาคตของทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพได้ถูก <b>Disrupt </b>โดยเชื้อไวรัสนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ป่วยถูก <b>“</b><b>จำกัด</b><b>”</b> การเข้าถึงบริการต่างๆ การผ่าตัดศัลยกรรม การติดตามโรคขาดความต่อเนื่อง และขาดแคลนยาในพื้นที่ห่างไกล ฯลฯ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แน่นอนกว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ <b>“</b><b>โซลูชัน</b><b>”</b> ดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แพทย์และผู้ป่วยได้มากที่สุด ซึ่งในความเห็นของ Jan Meurer แนวทางนี้จะเป็นเทรนด์ในอนาคต</p>
<p><b>“</b><b>เมื่อมองไปข้างหน้า</b><b> </b><b>ภาวะโรคระบาดจะยังคงมีบทบาทสำคัญที่ผลักดันภาคธุรกิจและบริษัทต่างๆ</b><b> </b><b>เช่น</b><b> Johnson &amp; Johnson </b><b>ให้ทลายผนังกั้นทั้ง</b><b> 4 </b><b>ด้านออกไป</b><b> </b><b>ทำให้เกิดการเข้าถึงการดูแลสุขภาพแบบใหม่และปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการสุขภาพอย่างสร้างสรรค์และเร่งความเร็วด้วยระบบดิจิทัล</b><b>”</b></p>
<p>Jan Meurer บอกว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยเมืองใหญ่ ชุมชน และชนบทห่างไกล โซลูชันด้านการดูแลสุขภาพของเราจำเป็นต้องตอบสนองต่อภูมิศาสตร์และความหลากหลายทางประชากร แต่เราก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้าถึงด้านผลิตภัณฑ์ การจัดหาเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล การผ่าตัดทางเลือก การสนับสนุนศัลยแพทย์ในห้องผ่าตัด ยานวัตกรรมสำหรับโรคติดเชื้อ ที่สำคัญที่สุดคือเราเร่งพัฒนาและสร้างดิจิทัลโซลูชันในการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึง</p>
<p><b>“</b><b>เราดำเนินการสัมมนาแบบเสมือนจริงในโลกออนไลน์</b><b> (webinars) </b><b>และส่งเสริมการศึกษาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตร</b><b> </b><b>สร้างสะพานเชื่อมบนโลกออนไลน์กับแพทย์และผู้บริโภค</b><b> </b><b>เช่นการไลฟ์สตรีมหรือเวอร์ชวล</b><b> </b><b>เกี่ยวกับวิธีการปกป้องสุขภาพของตนเองและคนที่รัก</b><b>”</b></p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-4508 aligncenter" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบjj2.jpg" alt="" width="554" height="582" /></p>
<p>ตัวอย่างหนึ่งคือการเปิดตัว <b>Neuroscience Academy </b>ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นชุดการเรียนรู้ออนไลน์ที่เน้นการจัดการทางคลินิกของโรคจิตเวช ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้จิตแพทย์ชาวฟิลิปปินส์มีโอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงการระบาด<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เราทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรอีคอมเมิร์ซและลูกค้ารายย่อยเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผู้บริโภค และการดูแลของเรา ยังคง “โฟกัส” พร้อมใช้งานออนไลน์ ท่ามกลางคำสั่งซื้อจำนวนมากจากการล็อกดาวน์ของประเทศ</p>
<p>Jan Meurer ใช้คำว่า <b>“Healthcare for all”</b> โดยดิจิทัลและนวัตกรรม “ในฐานะหนึ่งในบริษัทด้านการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก Johnson &amp; Johnson มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีสุขภาพสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด ในการทำเช่นนั้น เราลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Robotics รากฟันเทียม 3 มิติ โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือดิจิทัลอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และยามีความเฉพาะตัวมากขึ้น เราพยายามพัฒนาเครื่องมือที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์แก่ศัลยแพทย์ในการทำหัตถการที่แม่นยำยิ่งขึ้น”</p>
<p>ทั้งหมดนี้ คือการก้าวไปข้างหน้าเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เร่งการเติบโตของดิจิทัล มันแผ่ซ่านไปทั่วทุกด้านของชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่าง การสร้างออฟฟิสแบบเสมือนจริง การประชุมผ่านดิจิทัล ธนาคารออนไลน์ การเรียนรู้ออนไลน์ ร้านขายของชำ และการจัดส่งยา และระบบสุขภาพทางไกล (telehealth)</p>
<p>ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการส่งมอบที่พัฒนาบริการซึ่งขับเคลื่อนโดยข้อมูล โซลูชันดิจิทัล และความร่วมมือทั้งหมดนี้จะอยู่เหนือพื้นที่และรูปแบบต่างๆ<b> “</b><b>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</b><b> </b><b>เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มนวัตกรรมการดูแลสุขภาพดิจิทัลเป็น</b><b> 2 </b><b>เท่า</b><b> </b><b>และการลงทุนที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</b><b> </b><b>เราปรับภูมิทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ</b><b> </b><b>เร่งความพยายามของเราในการผ่าตัดดิจิทัล</b><b> (digital surgery) </b><b>ระบบปัญญาประดิษฐ์</b><b> (Ai) </b><b>ตลอดจนร้านขายยาอิเล็กทรอนิกส์</b><b> (e-phamacy) </b><b>และบริการสุขภาพทางไกล</b><b> (telehealth)”</b></p>
<p>เราได้ลงทุนในข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจและสร้างโซลูชันส่วนบุคคล สำหรับผู้ป่วยในช่วงต่างๆ ของชีวิตและสุขภาพ ลงทุนในการฝึกอบรมและการศึกษาผ่านศูนย์นวัตกรรมผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพของ Johnson &amp; Johnson และสถาบัน J&amp;J ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เราจะสามารถเข้าถึงและฝึกอบรมแพทย์ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการผดุงครรภ์ พยาบาล และอาสาสมัครในชุมชน ที่มีภาระหนักต้องผิดชอบสุขภาพของคนในชุมชนและชนบท</p>
<p>นอกจากนี้ เรากำลังเร่งสำรวจความร่วมมือด้าน <b>telehealth</b> และบริการ <b>e-pharmacy </b>เพื่อมอบประสบการณ์ผู้ป่วยแบบ <b>end-to-end</b> ที่ราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การวินิจฉัยเสมือนจริง การซื้อยาออนไลน์ ไปจนถึงการจัดส่งยาถึงบ้าน ด้วยการถือกำเนิดของ 5G ควบคู่ไปกับนวัตกรรมในการจัดส่งยา<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-4511" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3.jpg 2048w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3-840x630.jpg 840w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3-1600x1200.jpg 1600w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3-768x576.jpg 768w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/ภาพประกอบ-JJ3-1536x1152.jpg 1536w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><b>“</b><b>เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพทางไกลและการให้คำปรึกษาทางไกล</b><b> </b><b>จะช่วยให้เราเข้าถึงชุมชนและผู้เชี่ยวชาญที่กระจายออกไปตามพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ได้มากขึ้น</b><b>”</b></p>
<p>โดยรวมแล้ว แนวทางที่มุ่งสู่อนาคตเช่นนี้ จะสร้าง <b>Supply chain</b> เกิดระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ระหว่างระบบดูแลสุขภาพแบบพื้นฐาน โรงพยาบาลที่มีความพร้อม และการแพทย์แบบชุมชน การเดินทางของผู้ป่วยจะบูรณาการอย่างราบรื่นด้วยการเข้าถึงและส่งมอบการรักษาพยาบาลที่พัฒนาอย่างมากและใช้แพลตฟอร์ม telehealth ที่แพร่หลาย</p>
<p>โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ความรับผิดชอบของ J&amp;J ต่อผู้ป่วย แพทย์ ผู้บริโภค และชุมชนของเรายังคงดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน วิสัยทัศน์ นวัตกรรม และปฏิบัติการทั้งในโลกดิจิทัลและทางกายภาพเป็นไปได้มากกว่าที่เคยมีมา <b>“</b><b>เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงวิถีด้านสุขภาพสำหรับมวลมนุษยชาติต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง</b><b>”</b></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภารกิจเภสัชกรรมทำลายกำแพงจ่ายยา ระดมเครือข่ายช่วยผู้ป่วยรักษาโควิด-19</title>
		<link>https://www.real-inspire.com/2021/favipiravir/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=favipiravir</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Tratorn Hemtiwakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2021 11:35:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Health&Environment]]></category>
		<category><![CDATA[#Home Isolation]]></category>
		<category><![CDATA[#ชมรมเภสัชชนบท]]></category>
		<category><![CDATA[#ฟาวิพิราเวียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.real-inspire.com/?p=4497</guid>

					<description><![CDATA[ปรากฎการณ์เครือข่ายเภสัชกรชนบทกว่า 400 คน กรีฑาทัพอาสาสมัครเสริมแกร่งให้แก่ทีมบุคลากรทางการแพทย์พื้นที่เมืองใหญ่ กทม. ปริมณฑล และทั่วประเทศ เติมเต็มการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่สมัครใจรักษาแบบ Home Isolation ให้ได้รับยา ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ป้องกันเชื้อไวรัสลงปอด ตัดวงจรการเสียชีวิตตั้งแต่ต้นทาง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปรากฏการณ์เครือข่ายเภสัชกรชนบทกว่า 400 คน กรีฑาทัพอาสาสมัครเสริมแกร่งให้แก่ทีมบุคลากรทางการแพทย์พื้นที่เมืองใหญ่ กทม. ปริมณฑล และทั่วประเทศ เติมเต็มการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่สมัครใจรักษาแบบ Home Isolation ให้ได้รับยา <b>ฟาวิพิราเวียร์</b><b> (Favipiravir)</b> ป้องกันเชื้อไวรัสลงปอด ตัดวงจรการเสียชีวิตตั้งแต่ต้นทาง <span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เภสัชกรอาสาสมัครเหล่านี้มาจากภาครัฐ ภาคเอกชน ร้านขายยา ข้าราชการเกษียณ แม้แต่นิสิตนักศึกษาสานพลังเครือข่ายองค์กรไม่แสวงหากำไรร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มอนิเตอร์ข้อมูลผู้รักษาตัวเองที่บ้านแจ้งขอความช่วยเหลือด่วนผ่านระบบ <b>Digital Phamacy </b>ล่าสุดมีผู้ป่วยกว่า 2,000-3,000 คนแล้วที่ได้รับยาเร็วขึ้นทันต่อเส้นยาแดงแห่งชีวิต</p>
<p><b>Real-Inspire</b> สัมภาษณ์พิเศษ <b>“</b><b>ภก</b><b>.</b><b>สุภนัย</b><b> </b><b>ประเสริฐสุข</b><b>”</b> ประธานชมรมเภสัชชนบท ผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการระดม <b>“</b><b>จิตอาสา</b><b>”</b> ด้านเภสัชกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ได้อย่างโดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นพี่ๆ ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครต่างๆ ที่ล้วนเสียสละเวลาส่วนตัว ฐานะส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือสังคมให้พ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง เช่น กทม. และปริมณฑล แข่งกับเวลาซึ่งเรามีผู้เสียชีวิตทุกชั่วโมง</p>
<p><b>บทบาทของชมรมเภสัชชนบทต่อสถานการณ์โควิด</b><b>-19</b></p>
<p>ชมรมเภสัชชนบทผ่านการทำงานมามาก เราทำเพื่อประชาชนอะไรที่ทำเพื่อประชาชนอะไรที่ยืนเคียงข้างประชาชน เราเลือกทำสิ่งนั้นเป็นสิ่งแรก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องยาและสุขภาพ</p>
<p>สถานการณ์ตอนนี้ชมรมฯได้ดำเนินการหลายอย่าง ทั้งช่วยประสานเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) การโทรติดตามผล เราเสมือนเป็น <b>“</b><b>โซ่กลาง</b><b>” </b>ระหว่างผู้ Register ในระบบ สปสช. ให้กับผู้ป่วยเยอะมาก เราเป็นหนึ่งในอาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยใช้จุดแข็งการเป็นวิชาชีพ</p>
<p>เภสัชกร เข้าไปติดตามด้วยว่าผู้ป่วยได้รับยาหรือยัง หากยังไม่ได้รับยาก็จะประสานให้ เมื่อได้รับแล้วก็ประสานงานจนเสร็จ 14 วัน จนหายหรือใช้ยาอย่างถูกต้องหรือไม่ เมื่อได้ฟาวิพิราเวียร์แล้วทานอย่างไร เช่น บางครอบครัวติดโควิดกัน 5 คน แต่ได้ยามาแค่ 3 คน ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราช่วยบริหารให้และเราจะพยายามเติมเข้าไปในระบบเพื่อช่วยครอบครัวนี้ให้ได้ พอครบ 10-14 วัน เมื่อหายปุ๊บเราก็ช่วยดูแลเคสใหม่ต่อไป</p>
<p>ส่วนมากจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว หรือเขียวไปเหลือง ถ้ายังไม่สามารถลงทะเบียน หรือเข้าในระบบ Home Isolation ได้ หรือเป็นชาวต่างชาติ เช่น เมียนมา เราก็ช่วยประสานสปสช.ให้ บางคนเราก็ช่วยคีย์ข้อมูลเข้าระบบและติดตามยารักษาให้ แต่ก็ไม่ได้ทำได้สำเร็จทุกเคสนะครับ เพราะต้องใช้เวลาเหมือนกัน แต่เมื่อคุยแล้วเราเข้าใจกันมากขึ้น เราเข้าใจเจ้าหน้าที่ต้นทางระบบสาธารณสุขด้วย ว่าเค้ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง หน้างานคนจะเยอะมาก คนอารมณ์ร้อน คนไข้ก็รอยา</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-4499 aligncenter" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย2.jpg" alt="" width="1109" height="832" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย2.jpg 960w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย2-840x630.jpg 840w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย2-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1109px) 100vw, 1109px" /></p>
<p><b>วิธีการทำงานของอาสาสมัครชมรมเภสัชชนบท</b></p>
<p>เราใช้สื่อเทคโนโลยีง่ายๆ เช่น เพจ Facebook ไลน์ และมีเครือข่ายที่มาทำงานกับเราอย่างเหนียวแน่น เครือข่ายเภสัช นพย. (การพัฒนาผู้นำเครือข่ายในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาระบบยา) หลายร้อยชีวิตทั่วประเทศ​เป็นกลุ่มแรกๆที่เริ่มทำก่อน เราเปิดกว้าง ส่วนที่เหลือสนใจก็แจ้งชื่อมาทาง <b>Inbox</b> กว่า 300 เกือบ 400 คนแล้ว แต่ก็ต้องทำข้อมูลหลังบ้านด้วย แจกจ่ายชื่อผู้ขอความช่วยเหลือไป การคัดกรองอาสาสมัครก็มีส่วนสำคัญ ต้องถูกเทรนนิ่งว่าจะอธิบายผู้ป่วยอย่างไร มีตั้งแต่นักศึกษาเภสัชปีหนึ่งจนถึงรุ่นพี่เภสัชกรที่เกษียณอายุแล้ว เภสัชกรที่มีใบอนุญาตอยู่เมืองไทยยังไม่ขาดและต่ออายุแต่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็มีครับ</p>
<p>กระบวนการงานของเราส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการโทรประสานงาน ใช้ไลน์<b> Face to Face</b> อาสาสมัครกลุ่มเราไม่สะดวกในการทำในพื้นที่ เช่นในกทม. เพราะเราเป็นเภสัชอยู่ในระบบ อยู่ร้านยา อยู่ในรพ.ส่วนใหญ่ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะทำงานในไซด์ได้โดยตรง เพราะอยู่ในกทม.อยู่แล้วก็จะมาช่วยในไซด์ได้ ไซด์ของเราก็จะมีในชุมชนต่างๆ ศูนย์บริการสุขภาพ หมู่บ้าน บางคนก็ไปช่วยสวอป ไปพูดคุยให้คำแนะนำ เช่น การจะไปลงทะเบียนกับสปสช.หรือที่หน่วยบริการ</p>
<p><b>มีน้องๆ นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย</b></p>
<p>ใช่ครับ น้องนักศึกษาอาสาสมัครจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยศิลปากร ฯลฯ บางคนแจ้งชื่อมาขอเป็นอาสาสมัครจากเชียงใหม่ พะเยา บางคนบอกพี่ๆ หนูอยู่แค่ปี 1 เท่านั้นจะช่วยได้หรือไม่ ซึ่งเราไม่มีปัญหาพร้อมจะเทรนและให้ใช้ระบบ Telephamacy โทรเข้ามาคุยกัน น้องๆ นักศึกษาปีหนึ่งจะมีพี่เภสัชช่วยเหลือ เค้าจะโทรหาผู้ป่วยในกทม. ถ้าติดขัดตรงไหนก็จะรับไปถามรุ่นพี่ให้ ทางชมรมฯ ไม่มีค่าโทรให้ด้วย ทุกคนอาสาและออกค่าใช้จ่ายกันเอง บางคนคุยกันจนคุ้นเคยกลายเป็นเภสัชกรประจำบ้านเค้าเลยก็มี บางคนได้รับยาแล้วรีบโทรมาหาเภสัชเลย แต่บางคนก็คอยไม่ไหวเสียชีวิตไปก่อน เราก็ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-4500 aligncenter" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3.jpg" alt="" width="1440" height="1618" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3.jpg 1440w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3-748x840.jpg 748w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3-1424x1600.jpg 1424w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3-768x863.jpg 768w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3-1367x1536.jpg 1367w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รุปประกอบภก.สุภนัย3-561x630.jpg 561w" sizes="(max-width: 1440px) 100vw, 1440px" /></p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-4501 aligncenter" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย1.jpg" alt="" width="1077" height="808" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย1.jpg 960w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย1-840x630.jpg 840w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย1-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1077px) 100vw, 1077px" /></p>
<p><b>กระบวนการนี้ถือเป็นการยกระดับสู่</b><b> Digital Phamacy </b><b>ได้หรือไม่</b></p>
<p>ยังหรอกครับ แต่เป็นส่วนหนึ่ง เราดึงมาใช้เช่นการโทร การใช้ไลน์ทั้งหลาย การ Face หากันอะไรอย่างนี้ คือเราต้องมองอย่างนี้ว่าคนไทยที่ป่วยโควิดเวลานี้ มีตั้งแต่คนใช้เทคโนโลยีไม่เป็นเลยอายุ 70-80 ปี คนต่างชาติ แรงงานข้ามชาติ ไปจนถึงคนที่มีการศึกษาพวกนี้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ไม่ยาก <b>แต่เชื่อมั้ยว่าโควิดจะทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน</b><b> </b><b>บางคนเป็นดอคเตอร์ก็ยังไลน์มาหาเราว่ายังไม่ได้ยา</b><b> </b><b>เราก็ยินดีประสานให้เพราะเป็นผู้ป่วยเท่ากัน</b><b> </b><b>แรงงานชาวเมียนมา</b><b> </b><b>ดอคเตอร์ก็มีญาติพี่น้องติดเหมือนกัน</b><b> </b><b>ก็ไม่ได้ยาเหมือนกัน</b><b> </b><b>แล้วดิจิทัลฟาร์มาซีช่วยลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้</b><b> </b>ต่อให้คุณเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ใช้แรงงาน ผมเชื่อว่าเราก็เป็นหนึ่งทางเลือกในการช่วยให้คุณเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกันให้ได้มากที่สุด</p>
<p><b>ในชมรมประเมินว่าได้ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อไปแล้วกี่เคส</b></p>
<p>ที่ติดต่อเข้ามามากกว่า 2,000 บวกๆ น่าจะถึง 3,000 เคส แต่ก็ต้องใช้เวลาในการติดตามต่อไปด้วย บางคนไม่หาย บางคนหายต้องกินยาต่อไป ตอนนี้ทางทีมงานกับน้องๆ ก็รันไป มีทีมที่มอนิเตอร์ต่อ ตอนนี้เราพยายามกระชับเข้ามา เพราะบางคนบอกว่าถ้าติดต่อมาหาเราแล้วได้ยาแน่นอน ผมต้องบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น เราไม่ได้มียาเลย เราแค่ประสานให้ เพราะว่าจุดที่มียาอยู่ในรพ.ทั้งนั้น แหละครับ เพียงแต่เราชี้จุดว่าสถานะคนนี้อาการเป็นอย่างไร ที่เหลืออยู่ที่การตัดสินใจของแพทย์ว่าจะสั่งยาอย่างไร แล้วไรเดอร์ก็จะส่งยาไปที่บ้านก็เป็นกลุ่มอาสาสมัครรับส่งจากแพทย์และสปสช.ไปส่งให้ที่บ้าน หลักๆ เลยเราประสานฟาวิพิราเวียร์ เพราะกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวหลักสำคัญคือ คุณต้องได้ฟาวิพิราเวียร์เพื่อป้องกันเชื้อลงปอด คนเป็นอาสาสมัครต้องพร้อมทำงานตลอด ดึกดื่น ต้องพร้อม เพราะบางครั้งได้ยามาต้องรีบส่งแต่เช้า ส่วนต่างจังหวัดเรามี อสม.เป็นกลไก แต่ในกทม.ทำอย่างนั้นไม่ได้ ซึ่งอสม.ทำได้ดีมากและต่างจังหวัดแม้ขลุกขลักบ้างแต่ระบบโครงสร้างดี มีความชัดเจน แต่ในกทม.ล่มสลาย กรุงเทพชั้นยอดในระบบการแพทย์ตติยภูมิ แต่ระบบไพรมารีแคร์ทั้งหลายมีปัญหามาก เราก็เลยระดมทีมเภสัชมากอบกู้กรุงเทพ</p>
<p><b>ล่าสุด</b><b> </b><b>ชมรมฯออกแถลงการณ์ถึงภาครัฐให้เร่งผลิตยาฟาวิพิราเวียร์</b></p>
<p>ใช่ครับ เพราะเรามองเห็นแล้วว่าถ้าสถานการณ์โควิดเป็นแบบนี้ จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเป็นวันละ 20,000 คน ซึ่งที่ผ่านมาเราปฏิบัติการเรื่องยาจะเห็นว่าสังคมต้องการอะไร ขาดยาอะไรบ้าง เราก็ช่วยออกแถลงการณ์ ออกจดหมายเปิดผนึก เริ่มตั้งแต่ให้ฟาวิพิราเวียร์ปลดจากสิทธิบัตร การขับเคลื่อนเรื่องวัคซีนทางเลือก วัคซีนสำหรับเด็กต้องรีบหาแล้ว ล่าสุด คือจดหมายเปิดผนึกเรื่องเพิ่มกำลังการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์เป็น 30 ล้านเม็ดต่อเดือน เพราะเห็นแล้วว่าแพทย์และพยาบาลในชนบทยา<b> “</b><b>ตึงมือ</b><b>”</b> ไม่เพียงพอ ไม่ทันใช้ เราคอยประสานรวมเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยในระดับชุมชน โรงพยาบาลชุมชนแล้วสะท้อนออกไปถึงผู้กำหนดนโยบาย เพราะส่วนใหญ่พวกเราเป็นพี่น้องเภสัชกร พี่น้องแพทย์ ส่วนใหญ่เราอยู่ต่างจังหวัดกัน แต่ผู้ที่ทำงานอยู่ในเมืองในกทม.ก็ร่วมสะท้อนมาได้เช่นกัน</p>
<p><b>ปัญหาที่แท้จริงของยาฟาวิพิราเวียร์คืออะไร</b></p>
<p>ปัญหาที่แท้จริงคือยาฟาวิพิราเวียร์ได้รับการปลดล็อคสิทธิบัตรแล้วก็จริง แต่ยังผลิตไม่ได้ เพราะหนึ่งมันยังติด patent (สิทธิบัตร) เพราะบริษัท ฟูจิฟิล์ม โทยามะ ยังยื่นเรื่องสิทธิบัตร โอเคอันนั้นเด่วค่อยไปรอดูกัน แต่ในกระบวนการผลิต ณ ตอนนี้ เวลาองค์การอาหารและยา (อย.) จะอนุญาตให้ผลิตได้ มันจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่ามีรุ่นทดลองก่อนอย่างน้อย 3 รุ่น กระบวนการเหล่านี้กินเวลาเป็นเดือน ตอนนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังไปไม่ถึงจุดนั้น เราก็เสนอไปนะครับบอกว่า อย.อนุญาตให้อภ.ผลิต 3 รุ่น ออกขายได้เลยจะร่นเวลาผลิตได้อย่างน้อยครึ่งเดือน มาดูเวลาตอนนี้ก็ต้นสิงหาคมแล้ว ดูไทม์ไลน์เดือนนี้จะมียอดผู้ติดเชื้อโควิดสูงสุด แล้วตอนนี้ผู้ป่วยแตะ 20,000 คนแล้ว สองหมื่นคูณ 50 เม็ด ง่ายๆเลยอย่างต่ำ 1 ล้านเม็ดต่อวัน ศักยภาพกำลังผลิตของอภ.ผลิตได้แค่เดือนละ 20 ล้านเม็ดนะครับ แต่เราบอกว่าเราต้องการวันละ 1 ล้านเม็ด รวม 30 วัน ก็คือ 30 ล้านเม็ดเป็นอย่างน้อย</p>
<p>เราก็ตั้งคำถามว่าอภ.ทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้จะทำอย่างไร ต่อให้ขยายไซส์ผลิตมากขึ้นจะทำอย่างไร เพราะอภ.ก็ต้องผลิตยาอื่นด้วยเช่นยารักษาผู้ป่วย HIV แล้วผู้ป่วย HIV จะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการบริหาร โรงงานเภสัชกรรมทหารทุกวันนี้เค้าก็ผลิตยาได้ คุณก็ให้สูตรการผลิตเค้าไป ใช้กำลังของทหารนี้แหละดูแลผู้ป่วยในกรุงเทพและเป็นที่กระจายยา ทำไมไม่ใช้เราก็งง เราพยายามชี้เป้าให้ ส่วนโรงงานยาที่เป็นภาคอุตสาหกรรมก็ให้ร่วมผลิตใช้ทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร โดยที่อภ.ก็ทำเรื่องระบบโลจิสติกส์ในภาพรวมไป ผู้ผลิตก็ผลิตพร้อมกันไปด้วย คือถ้าผลิตกันจริงๆ ผมเชื่อว่าเรามียาใช้ล้นเหลือครับ อันนี้คือ <b>“</b><b>คานดีด</b><b>”</b> ที่สำคัญเลย</p>
<p><b>ประเด็นสำคัญคือเราอยากให้ลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น</b></p>
<p>ใช่ครับ คือเราประเมินกันนะครับว่า ต่อให้ลดขั้นตอนก็ยังมีการประกันคุณภาพยา <b>หัวใจสำคัญคือการประกันคุณภาพยา</b> ต่อให้ยาลอตนั้นหรือมีลอตหนึ่งหลุดไปโดยไม่มีคุณภาพ เราก็มีกระบวนการที่เป็นดับเบิลเช็คได้อยู่ เพราะฉะนั้นเรามองว่าก็ยังปลอดภัยอยู่นะครับ อภ.ก็อาจจะไม่ถูกใจนะที่เราบอกว่าลัดขั้นตอนหรือลดขั้นตอน เพียงเราอยากจะบอกว่าให้ทำควบคู่กันไปแบบดับเบิลเช็ค แล้วที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาถึงขนาดนี้ ซึ่งยาตัวนี้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนในการผลิตอะไรเลย</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-4502" src="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4.jpg" alt="" width="1241" height="1755" srcset="https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4.jpg 1241w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4-594x840.jpg 594w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4-1131x1600.jpg 1131w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4-768x1086.jpg 768w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4-1086x1536.jpg 1086w, https://www.real-inspire.com/wp-content/uploads/2021/08/รูปประกอบภก.สุภนัย4-445x630.jpg 445w" sizes="(max-width: 1241px) 100vw, 1241px" /></p>
<p><b>โรงงานผลิตยาภาคเอกชนที่สามารถช่วยอภ</b><b>.</b><b>ผลิตได้มีประมาณกี่แห่ง</b></p>
<p>คิดว่าโรงงานเอกชนมีเกิน 20 แห่ง และได้ GMP ด้วย ผลิตได้สบาย เราประเมินว่า 1 ล้านเม็ดต่อวันเป็นขั้นต่ำ จริงๆอาจจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำเพราะผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นไปอีก และยังมีคนป่วยในระบบอีก ส่วนนั้นสธ.เค้าจะมอบให้ในระบบอยู่แล้ว แต่ส่วนนี้พูดง่ายๆ คือต้อนรับน้องใหม่ (ผู้ป่วยสีเขียว) เราป้องกันกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวไม่ให้ไปเป็นสีเหลืองคือเชื้อลงปอด นิวโมเนียแล้ว ถ้าเราดูแลรักษาเค้าให้ดีตามแนวทางรักษาใหม่แล้วนะครับ แพทย์ปรับให้มาใช้ยาเร็วขึ้นในกลุ่มสีเขียวใช้เลยทันที ยกตัวอย่างสมมุติว่าตอนนี้สีเขียวมีอยู่ 3 หมื่นรายแล้วยาหมดล่ะ สีเขียวเหล่านี้ก็ขยับมาเป็นสีเหลือง แต่ถ้าได้ยาก็ลดภาระในส่วนนี้ไป รวมถึงลดภาระออกซิเจนทั้งหลาย เตียงทั้งหลาย แล้วตอนนี้ในต่างจังหวัด คุณทำศูนย์พักคอย ทำ Comunity Isolation ทำระบบรองรับแล้วไม่มียาก็จบนะ</p>
<p><b>ในต่างประเทศเค้าให้ยาฟาวิพิราเวียร์เลยหรือไม่</b></p>
<p>เค้าแจกเลยครับ ยามีใช้เหลือเฟือ แล้วเค้ามีตัวดีกว่านี้ ที่เรากำลังจะทำคือ <b>เรมเดซิเวียร์</b><b> (Remdesivir)</b> บ้านเราก็มีใช้นะครับ อย่างในโรงพยาบาลสนามก็ใช้ เพราะตัวนี้มันถูกชี้ว่าเป็นยารักษาโควิดโดยตรงเลย แต่มันติดสิทธิบัตรอยู่ เรากำลังคิดว่าจะขอทำ CL หรือเปล่า ต้องคุยกันในเชิงวิชาการอีกสักพักหนึ่งว่าพอจะเป็นไปได้มั้ย ถือว่ามีทางเลือก ในต่างประเทศใช้กันรักษาโควิดโดยตรง คิดว่าอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์น่าจะทราบ แต่ถ้าเงียบก็แสดงว่าข้อมูลทางวิชาการนี่ยังไม่เหมาะที่จะทำข้อเสนอ CL ไป ก่อนเสนอ CL เราต้องดูผลกระทบเรื่องอื่นๆ ด้วย</p>
<p><b>ปัจจุบันผู้ป่วย</b><b> Home Isolation </b><b>ได้ยากันครบหรือขาดแคลนมากแค่ไหน</b></p>
<p>กรณีเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ก็เป็นปัญหาหลักอย่างหนึ่ง ส่วนมากถ้ายาส่งให้จากหน่วยบริการจะให้มาครบคอร์สเลย 50 เม็ด แต่ถ้าในครอบครัวบางคนได้ บางคนไม่ได้ เราก็จะบริหารยาว่ากินคนละกี่เม็ดแล้วเราก็จะประสานเพิ่มกับสปสช.หรือให้กินฟ้าทะลายโจรช่วยเสริมไปก่อน แต่ตอนนี้มีปัญหามากก็คือยาทุกตัวมีปัญหากับตับ เพราะตับมีหน้าที่ทำลายยา ถ้าเรากินแบบโหมกระน่ำ เช่น กินกระชายขาวหรือกินฟ้าทะลายโจรมากๆ จนฟังก์ชั่นตับทำงานหนักเกินไป มาถึงวันที่เราจำเป็นต้องกินฟาวิพิราเวียร์ ฟังก์ชั่นตับจะไม่สามารทำลายยาได้เต็มที่ เภสัชก็จะแนะนำให้กินเท่าที่จำเป็น เพราะไม่มียาที่ป้องกันการติดโควิดได้นะครับ เราก็ส่งเสียงรณรงค์ว่ากินพวกฟ้าทะลายโจร กระชาย ให้พอเหมาะสมและระมัดระวังด้วยเพราะมันมีข้อจำกัดอยู่ เพราะถ้าวันนึงถ้าเราต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์จริงๆ ตับเรามันต้องไปทำลายหมด <b>พูดง่ายๆ</b><b> </b><b>คือเก็บตับไว้ตอนต้องกินยาจำเป็นต้องใช้ดีกว่าหรือไม่</b><b> </b>ถ้าเรายังแข็งแรงอยู่ก็อย่าเพิ่งดีกว่า ส่วนมากถ้าเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว เค้าก็จะเริ่มให้กินฟ้าทะลายโจรอันนั้นถ้าผล Antigen Test Kit<span class="Apple-converted-space"> </span>(ATK) เป็นบวกแล้ว</p>
<p>อีกประเด็นที่เราเสนอก็คือตัว Test kit ย้อนไปจำตอนที่เรามีภาพผู้ป่วยนอนแล้วรอข้างถนนได้มั้ย เราคุยกันมานานแล้ว พอเห็นภาพนี้วันรุ่งขึ้นเราออกจดหมายเปิดผนึกเลยว่าควรให้ประชาชนได้ใช้ ทางชมรมแพทย์ชนบทก็เร่งประเด็นนี้และต่อมากระทรวงสาธารณสุขและศบค.ก็เร่งเปิดให้ประชาชนใช้ได้ เดี๋ยวระบบอื่นๆก็ตามมา เช่น Home Isolation Comunity Isolation เรื่องการทิ้งขยะติดเชื้อ <b>ผมเชื่อว่าสอนคนไทยสิครับ</b><b> </b><b>อย่าคิดว่าความรู้ต้องอยู่กับแพทย์</b><b> </b><b>เภสัชกรเท่านั้น</b><b> </b><b>สอนให้เค้ารู้</b><b> </b><b>เดี๋ยวเค้าจะพัฒนาตัวเองได้</b><b> </b>ติดขัดตรงไหนก็แก้ไขให้เค้า ไม่ใช่ทุกอย่างเก็บไว้กับตัวเอง เก็บไว้กับสธ.อย่างเดียว แล้วก็ยาฟาวิพิราเวียร์ต่อไปคนเข้าถึงด้วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้ยังมีเกณฑ์อะไรหลายๆอย่าง เช่น ปัญหาเรื่องกลัวการดื้อยา อาจจะมีผลกระทบตามมา ซึ่งส่วนตัวผมก็เห็นด้วย แต่ประเด็นคือให้เข้าถึงได้ง่าย</p>
<p>ตอนนี้เราต้องเรียนรู้ที่อยู่กับโรคโควิดนี้ การมี ATK คือหัวใจสำคัญเลย ถ้าติดก็เข้าระบบดูแลตัวเองที่บ้าน ยาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ยาจัดส่งมาจากสปสช.เลย ทั้งเจลแอลกอฮอล์ พร้อมมาตรการอื่นๆด้วย รัฐบาลอาจช่วยเหลือค่าใช้จ่ายช่วงกักตัวให้เค้าอยู่ได้ 14 วัน โดยเชื้อไม่ลงปอด ถ้าเป็นอย่างนี้ระบบก็เดินต่อไปได้</p>
<p><b>ถ้ากลุ่มเภสัชไม่ส่งสัญญาณออกมาก็จะไม่เกิดการแก้ไข</b></p>
<p>ผมก็อยู่ในระบบราชการ แต่บางประเด็นคนอยู่หน้างานเค้าอาจจะมองไม่เห็น ผมไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองมองเราเป็นปฏิปักษ์ แต่อยากให้นำความเห็นเราเอาไปปรับใช้ เรามีทีมวิชาการเก็บข้อมูลก่อนจะนำเสนออะไรออกไป อย่างในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติ</p>
<p>รัฐบาล ศบค. ต้องมองแล้วว่าเราจะอยู่กับโควิดได้อย่างไร โดยใช้ชีวิตได้ปกติ คนทำมาหากินได้ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แต่ยังไม่เห็นรัฐบาล ศบค.บอกว่าเราจะอยู่กับมันได้อย่างไร คิดแต่วันต่อวันว่าวัคซีนจะมีหรือไม่ แล้วก็ย่อยลงมาในจังหวัด ผมดูก็ไม่ต่างกับภาพใหญ่ของประเทศที่คนยังไม่ถูกสอนว่าจะอยู่กับมันอย่างไร โอเคเราถูกสอนให้ล้างมือ แต่คนที่เปิดร้านอาหารล่ะเค้าจะทำอย่างไร ATK นี่แหละทำให้เค้าอยู่ได้ แต่ถ้าได้ค่าแรงแค่วันละสามร้อยบาท แต่ ATK ราคาชุดละ 350 บาท อยากให้หน่วยงานวิจัยทำเองไดัเหลือราคาสัก 30 บาท 50 บาทได้หรือไม่ เพื่อแจกจ่ายให้คนไทย คนไทยอาจมีโควตาซื้อร้านขายยาได้คนละหนึ่งเคส แล้วเปิดร้านค้า ร้านอาหารได้ รัฐบาลก็ต้อง <b>“</b><b>ขอแรงคนไทย</b><b>”</b> ถ้าเค้ารู้ว่าร้านค้ายังเปิดได้ รถเช่า ธุรกิจท่องเที่ยวจะเปิดได้ จะทำให้ต่างประเทศ นักท่องเที่ยวก็ได้ทราบว่าเรามีมาตรการแบบนี้นะ ถ้าติดโควิดกักตัวก็มีมาตรการดูแลจัดแบบนี้ เค้าก็กล้ามา</p>
<p><b>สิ่งที่เป็นบทเรียนในสถานการณ์ที่ผ่านมาของชมรมเภสัชชนบท</b></p>
<p>คือในสภาวะวิกฤต เรียกว่า<b>วิกฤตหนักที่สุดในช่วงชีวิตพวกเรา</b> เราจะเห็นว่าคนที่อยากมาช่วยเยอะมาก ทุกคนยินดี มองว่าถ้าตัวเองพร้อมที่จะทำอะไรได้ พร้อมจะสละแรงกายแรงใจ ค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆก็ยินดีที่จะทำ ซึ่งตรงนี้เราถือว่าเป็นเรื่อง <b>“</b><b>เซอร์ไพร์ส</b><b>”</b> สำหรับชมรมเองมากไม่คิดว่าคนจะสนใจขนาดนี้ มันกำลังสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเราชี้ให้มันถูกจุด มีทิศทางนโยบายที่มันชัดเจน คนส่วนใหญ่ของสังคมพร้อมที่จะขยับกันอย่างพร้อมเพรียง เพราะทุกคนเห็นแล้วว่าสภาพสังคมของเรามันมาถึงตรงจุดไหนแล้ว เค้าพร้อมทำอะไรได้ พร้อมทำ เสียสละอะไรได้เล็กๆน้อยๆเค้าก็พร้อมทำ ยิ่งคนที่มีเค้าก็พร้อมเสียสละมาก นี่คือสิ่งสำคัญ แต่เค้าอยากเห็นว่าโซลูชั่นภาพรวมของปัญหามันจะไปถึงไหน จะทำอะไร จะช่วยอะไรได้บ้าง ผมคิดว่าตรงนี้มันสะท้อนไปถึงภาพใหญ่ของประเทศเช่นเดียวกัน <b>“</b><b>โรดแมป</b><b>”</b> เหมือนที่ผมบอกไปตอนต้นว่า เราจะอยู่กับโควิดได้อย่างไร ซึ่งหลายส่วนก็พูดแล้วว่าเราจะอยู่กับโควิดได้อย่างไร ถ้าศบค.ชัดเจน สธ.ชัดเจน รัฐบาลชัดเจน การท่องเที่ยวซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศ เค้าก็พร้อมขยับใช่มั้ยครับ ถ้าเศรษฐกิจ ร้านค้าอะไรที่เคยเป็นจุดแข็งของพวกเรา เค้าก็พร้อมจะลงทุน พร้อมที่จะเจ็บตัวอีกครั้ง ไม่งั้นก็คงตายกันหมดแล้ว <b>อะไรที่เป็นเงินเก็บก้อนสุดท้าย</b>แล้วเค้ามองว่าอันนี้มันจะช่วยทำให้เค้ากลับฟื้นมาได้ ผมว่าเค้าพร้อมนะ แต่คุณต้องมั่นใจนะรัฐบาลคุณต้องทำจริงนะ</p>
<p>เสียงสะท้อนจาก <b>“</b><b>ภก</b><b>.</b><b>สุภนัย</b><b> </b><b>ประเสริฐสุข</b><b>”</b> ประธานชมรมเภสัชชนบท คือ <b>“</b><b>เสียงแห่งความหวัง</b><b>”</b> ว่าคนไทยจะไม่ทิ้งกันยามทุกข์ยาก อย่างน้อยๆ ยังมีอาสาสมัครเภสัชกรกลุ่มหนึ่ง ที่ทุกคนอาจมีที่มาที่ไปต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือพร้อมเสียสละ ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
